วันพุธ 1 เมษายน 2020

Header ad
Header ad

จ.ขอนแก่น สนธิกำลังปูพรม ตรวจค้นนายทุนเงินกู้ ทั่วเมือง  

จ.ขอนแก่น สนธิกำลังปูพรม ตรวจค้นนายทุนเงินกู้ ทั่วเมือง  

จ.ขอนแก่น สนธิกำลังปูพรม ตรวจค้นนายทุนเงินกู้ ทั่วเมือง  

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 27 มิ.ย. ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. และรอง ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศอปส.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน  กำลังตำรวจชุด ศปอส.ตร. บกสส.ภ.4 บช.ท่องเที่ยว ปศบ. และปอท. ได้ทำพิธีปล่อยแถวเพื่อบูรณาการร่วมกัน โดยนำหมายค้นของศาลไปปิดล้อมตามจุดบ้านพักและห้างร้านของนายทุนเงินกู้นอกระบบทั่ว จ.ขอนแก่น รวมทั้งหมด 17 จุดด้วยกัน ทั้งใน อ.เมืองขอนแก่น 15 จุด และที่ อ.กระนวนอีก 2 จุด ประสบผลสำเร็จสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหานายทุนเงินกู้มหาโหดในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ได้รวมทั้งหมด 4 คน มีนายพรเลิศ อนุรักษ์มนตรี อายุ 53 ปี ตามหมายศาลอาญา ที่ 1402/2561 , นายธนพร อนุรักษ์มนตรี อายุ 47 ปี ตามหมายศาลอาญา ที่ 1403/2561 , นายไพโรจน์ โนนใหม่ อายุ 50 ปี ตามหมายศาลอาญา ที่ 1405/2561 และนายเด่นชัย ศิริศรีมังกร อายุ 48 ปี ตามหมายศาลอาญา ที่ 1406/2561 ไว้ดำเนินคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ให้บุคคลอื่นยืมเงินโดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และปลอมเอกสารสิทธิ

               

โดยผู้ต้องหาสองคนแรก คือ นายพรเลิศและนายธนพร จับได้ในพื้นที่ อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ส่วนผู้ต้องหาอีกสองคนคือ นายไพโรจน์  อนุรักษ์มนตรี และนายเด่นชัย อนุรักษ์มนตรี จับได้ในเขต อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น พร้อมได้ตรวจยึดเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับสัญญา และเอกสารโฉนดที่ดิน เอกสารสำคัญต่างๆ หลักฐานการกู้ยืมเงินและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัญญา รวมทั้งโฉนดที่ดินของผู้เสียหายที่มาทำสัญญากู้ยืมด้วยเป็นจำนวนมาก แถมนอกจากนี้ยังได้ตรวจยึดอาวุธปืนไม่มีทะเบียน ขนาด .32 ยี่ห้อสมิทแอนด์เวลสัน จำนวน 1 กระบอก

ในเวลา 16.30 น.ต่อมา ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. นำทีมแถลงข่าวที่ ห้องประชุม กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 สรุปจับใจความได้ว่า “กลุ่มนายทุนเงินกู้ดอกมหาโหดทั้งสี่ได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมยึดที่ดินจากผู้กู้มาเป็นของตนเอง โดยการนำโฉนดที่ดินของประชาชนที่จะมากู้ยืมเงินมาค่ำประกันการกู้ยืมเงิน โดยนำโฉนดไปทำสัญญาขายฝาก สัญญาจำนอง หรือยึดถือครอบครองไว้ อำพรางนิติกรรมการกู้เงินโดยไม่มีการให้สัญญากู้เงินให้กับผู้กู้ไว้ และให้ผ่อนชำระเป็นรายงวดตามเงื่อนไขของบริษัท เพราะต้องการใช้เงิน โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนด”

บางรายถูกไล่ออกจากบ้านจนไม่มีบ้านอยู่ หากอยากไถ่ถอนที่ดินคืนก็จะบอกให้เอาเงินมาไถ่คืนจำนวนมากกว่า 3 เท่าจากเงินต้น โดยไม่คำนึงความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่อแต่อย่างใด ในงานแถลงข่าวครั้งนี้ได้มีกลุ่มชาวบ้านผู้เสียหายจาก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น จำนวนมากกว่า 30 คนมาร่วมฟังผลการแถลงข่าวด้วย บางคนถึงกับน้ำตาไหลด้วยความสะเทือนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แหล่งข่าวซึ่งเป็นกลุ่มผู้เสียหายเปิดใจกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า บางรายกู้เงินจำนวน 200,000 บาท ต้องจ่ายเงินดอกมาตลอดกว่าจะได้จ่ายเงินต้น พอจะไถ่ที่ดินคืนนายทุนเงินกู้ให้เอาเงินมาไถ่ 800,000 บาท อีกรายกู้เงินจำนวน 400,000 บาท พอจะไถ่คืนจ่ายดอกเบี้ยมาหลายปี นายทุนเงินกู้ให้เอาเงินมาไถ่ที่คืนเป็นเงิน 1,200,000 บาท อย่างกับซื้อบ้านใหม่ จึงไม่มีเงินให้ จึงรวมตัวกันไปร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกระนวน ส่งเรื่องมาที่ จ.ขอนแก่น  กระทั่งทางการสนธิกำลังไปตรวจค้นตามจุดนายทุนเงินกู้มหาโหดมาดำเนินคดีในที่สุด

โดยเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมเข้ามาว่าในส่วนของนายทุนเงินกู้อีก 1 รายที่วันนี้ยังจับกุมตัวไม่ได้นั้น เบื้องต้นได้ติดต่อมาแล้วว่าจะขอเข้ามอบตัวในวันพรุ่งนี้ เพราะกลัวความผิดที่ก่อขึ้นมา

 

About The Author

Related posts