วันศุกร์ 3 ธันวาคม 2021

“หอการค้า จ.ขอนแก่น “จับมือ”นักธุรกิจจากเวียดนาม”แลกเปลี่ยนธุรกิจทางการค้า

“หอการค้า จ.ขอนแก่น “จับมือ”นักธุรกิจจากเวียดนาม”แลกเปลี่ยนธุรกิจทางการค้า
Header Ads
Header Ads
Header Ads
“หอการค้า จ.ขอนแก่น “จับมือ”นักธุรกิจจากเวียดนาม”แลกเปลี่ยนธุรกิจทางการค้า
      เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ โรงแรมราชาวดี รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายหวาง หงอก เซิน กงสุลใหญ่ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานงานสัมมนาแลกเปลี่ยนทางการค้า (business matching ) ระหว่าง นักธุรกิจจากเวียดนาม (ด้านสินค้าอาหารแปรรูป เกษตรอินทรีย์ การ์เม้นท์ เบเกอรี่ บริการ สุขภาพ ขนส่ง ชิฟปิ้ง อื่นๆ ) กับธุรกิจในจังหวัดขอนแก่น โดยมีนายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่นและคณะนักธุรกิจสตรีจากเวียดนามเหนือทั้ง ฮานอย ไฮฟอง และหอการค้า จ.ขอนแก่น ร่วมแสดงสินค้าและร่วมชม
    นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานหอการค้า จ.ขอนแก่น กล่าวว่าคณะนักธุรกิจสตรีจากเวียดนามเหนือทั้ง ฮานอย ไฮฟอง และอีกหลายจังหวัด ได้มาเชื่อมโยง Business Matching กับนักธุรกิจจังหวัดขอนแก่น ผ่านทางหอการค้า ในงานสัมมนาแลกเปลี่ยนทางการค้า (business matching ) ระหว่าง นักธุรกิจจากเวียดนาม (ด้านสินค้าอาหารแปรรูป เกษตรอินทรีย์ การ์เม้นท์ เบเกอรี่ บริการ สุขภาพ ขนส่ง ชิฟปิ้ง อื่นๆ ) กับธุรกิจการค้าในจังหวัดขอนแก่
โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือความตั้งใจที่จะทำธุรกิจกับชาวไทย สังเกตุได้จากการเตรียมการสินค้าตัวอย่างและความตั้งใจในการอธิบายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งคงจะเป็นเหตุผลว่าทำไมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเวียดนาม จึงเติบโตรุดหน้าอย่างรวดเร็ว
ซึ่งชาวเวียดนามให้เกียรติและยอมรับในสินค้าและความสามารถของคนไทยในหลายๆด้าน ดังนั้นนักธุรกิจและคนไทยควรให้ความสำคัญในการพบปะทางธุรกิจอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องเวลานัดหมายและการเตรียมตัวต่างๆ ต้องขอขอบคุณชาวไทยเชื้อสายเวียดนามในจังหวัดขอนแก่น ที่แสดงพลังของความสามัคคีและร่วมต้อนรับอย่างสมเกียรติ ขอขอบคุณและแสดงความชื่นชมอย่างยิ่ง
         นายเข็มชาติ กล่าวอีกว่า จังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและงานแสดงสินค้าระดับสากลรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียนก้าวสู่การเป็นไมซ์ซิตี้   ภายใต้วิสัยทัศน์ “ขอนแก่นเมืองน่าอยู่ ศูนย์กลางเชื่อมโยงการค้า การลงทุนและการบริการของกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคกลุ่มลุ่มน้ำโขง” ประกอบด้วย 3 พันธกิจหลัก คือ 1 ชุมชนเข้มแข็ง พลเมืองมีความสุข  2. พัฒนาเมืองให้น่าอยู่และเป็นต้นแบบของการพัฒนาและบริหารจังหวัดอย่างบูรณาการ 3. พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) ทั้งด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม และทรัพยากรมนุษย์ เพื่อมุ่งสู่การเป็นมหานครแห่งอาเซียน นอกจากนี้ ยังได้กำหนดจุดยืนทางยุทธศาสตร์ของจังหวัด
เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัด ที่ 1 การพัฒนาเศรษฐกิจให้มีความมั่นคง และมีความสามารถทางการแข่งขัน มุ่งพัฒนาเมืองเป็นศูนย์กลางบริการทางเศรษฐกิจของอาเซียนใน 6 ด้าน คือ ศูนย์กลางการค้า การลงทุน และบริการ ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ศูนย์กลางการแพทย์และสาธารณสุข ศูนย์กลางการศึกษา ศูนย์กลางการประชุมและท่องเที่ยวและศูนย์อุตสาหกรรมสีเขียว
          นายเข็มชาติ กล่าวด้วยว่าจากกระแสการเปิดเสรีทางการค้าของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภาคเศรษฐกิจของอาเซียนอย่างรวดเร็ว และเป็นความท้าทายที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการ ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก และธุรกิจภายในประเทศ ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดย่อม รวมไปถึงผู้ประกอบการระดับชุมชน จะต้องเรียนรู้และปรับตัว รองรับความเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเป็นภัยคุกคามต่อธุรกิจ หรือแสวงหาโอกาสทางธุรกิจที่ท้าท้ายความสำเร็จ
การเปิดเสรีทางการค้าของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอาจส่งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบ การที่จะได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการเตรียมความพร้อมอย่างดีของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มีการปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะในชุมชนที่จำเป็นต้องรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น และพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
Header Ads
Header Ads
Header Ads

About The Author

Related posts

Header Ads
Header Ads
Header Ads