<script data-ad-client="ca-pub-8619823401675646" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

วันอาทิตย์ 23 กุมภาพันธ์ 2020

Header ad
Header ad
<script data-ad-client="ca-pub-8619823401675646" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

“สุวัจน์” ชูเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า(ภาค2 ) ลุยหาเสียงช่วยผู้สมัครเขต1ขอนแก่น

“สุวัจน์” ชูเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า(ภาค2 ) ลุยหาเสียงช่วยผู้สมัครเขต1ขอนแก่น

“สุวัจน์” ชูเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า(ภาค2 ) ลุยหาเสียงช่วยผู้สมัครเขต1ขอนแก่น

“สุวัจน์”แคนดิเดทนายกฯพรรรคชาติพัฒนา บุกเมืองขอนแก่นช่วยหาเสียงผู้สมัคครเขต 1 ชูนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า และเปิดประตูอีสานสู่อินโดจีนภาค 2 สานต่อนโยบายสมัย “น้าชาติ” มั่นใจคนอีสานตอบรับสูง พร้อมตั้งเป้ารักษาฐานที่มั่นเดิมไว้

       วันนี้ (1มี.ค.62) ที่ตลาดสดบางลำพู เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายสุวัจน์  ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา และในฐานะแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วยนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา และคณะกรรมการบริหารพรรค และผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ 1 นางสาวพิตตินันท์  รู้กิจ ลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่เขต 1 จังหวัดขอนแก่น โดยมีพี่น้องประชาชน ร่วมต้อนรับ

นายสุวัจน์  ลิปตพัลลภ

        นายสุวัจน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นว่านโยบายพรรคชาติพัฒนา จะถูกใจคนอีสาน โดยพรรคชาติพัฒนาจะเอายุคทองสมัย ”น้าชาติ” กลับมาตามที่พล.อ.ชาติชาย เคยบอกกับคนอีสานว่า จะแปรสนามรบเป็นสนามการค้า โดยพรรคชาติพัฒนายึดหลักสายกลาง ปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมืองพรรคฯ พร้อมจะเข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้ง ทำงานการเมืองแบบสร้างสรรค์ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น

         นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่าสำหรับนโยบายการหาเสียงภาคอีสาน จะสานต่อนโยบายพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ที่ใช้นโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า จนสามารถพัฒนาพื้นที่ภาคอีสานให้เฟื่องฟู เป็นยุคทองของภาคอีสาน โดยเปิดประตูอีสานสู่อินโดจีน ตัดถนน 4 เลนเข้าภาคอีสาน สร้างสะพานมิตรภาพ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความยากจนผ่านกลไกการพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยยกระดับราคาพืชผลการเกษตรสูงขึ้น จากการแปรรูปสินค้าเกษตรสู่ภาคอุตสาหกรรม ทั้งพัฒนาให้ภาคอีสานเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออก ทำให้คนอีสานจำนวนมากมีงานทำ

         “พรรคชาติพัฒนาให้ความสำคัญกับนโยบายดีที่เคยประสบสำเร็จสมัยน้าชาติ ทำสนามรบเป็นสนามการค้าภาค 2 เปิดประตูอีสานสู่อินโดจีนภาค 2 ต้องขยายผลออกไป อาทิภาคอุตสาหกรรม จะขยายนิคมอุตสาหกรรมให้เพิ่มขึ้น เน้นอุตสาหกรรมการเกษตร ยกระดับสินค้าเกษตรให้ดีขึ้น ขณะที่คมนาคมมีนโยบายสานต่อมอเตอร์เวย์เข้ามาภาคอีสาน รวมถึงขยายทางหลวง 304 ไปสู่ภาคตะวันออก ให้ได้รับความสะดวก สานนโยบายรถไฟความเร็วสูง เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน”นายสุวัจน์ กล่าว

        นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่าส่วนนโยบายพลังงานจะให้ความสำคัญกับภาคอีสานเป็นพื้นที่ผลิตพลังงานทดแทน โดยใช้วัตถุดิบการเกษตรมาแปรรูปเป็นเอทานอล ผสมเป็นแก๊สโซฮอล์จนถึงระดับ อี 85 รวมถึงพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ภาคอีสานจะเป็นฐานผลิตพลังงานทดแทนที่สำคัญ นอกจากนี้การเกษตรจำเป็นต้องพัฒนาแหล่งน้ำต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพต่อการเพาะปลูกพืชผลเกษตร สร้างคลองชลประทานให้ทั่วถึง ทั้งจัดตั้งกองทุนการเกษตร เชื่อว่านโยบายต่างๆเหล่านี้ จะสามารถแก้ความยากจนให้คนอีสานได้

       ส่วนกรณีที่พูดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตย กับฝ่ายเผด็จการนั้น ตนไม่ทราบ ทราบ แต่บ้านเมืองขณะนี้ต้องการปรองดอง หันหน้าเข้าหากัน ภายใต้การแข่งขันแบบสร้างสรรค์เหมือนกีฬา ใครชนะก็เป็นรัฐบาล ใครแพ้ก็เป็นฝ่ายค้าน แล้วร่วมกันทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ตนมั่นใจว่านโยบายหาเสียงพรรคชาติพัฒนา จะได้รับการตอบรับที่ดีจากคนอีสาน ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้มีการแข่งขันค่อนข้างสูง โดยพรรคชาติพัฒนาจะรักษาฐานที่มั่นส.ส.เก่าไว้ให้ได้ ซึ่งส.ส.เขตอยู่พอสมควร โดยเฉพาะฐานที่มั่นจังหวัดนครราชสีมา ได้รับการตอบรับดี เพราะมีนโยบายพัฒนาเมืองโคราชไว้เฉพาะ ซึ่งพรรคจะเชื่อมนโยบายพัฒนาโคราชกับภาคอีสานให้เชื่อมโยงไปด้วยกัน เนื่องจากโคราชเป็นประตูสู่อีสาน และอีสานเป็นประตูสู่อินโดจีน จึงสามารถพัฒนาจังหวัดรอบข้างโคราชได้

        สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคชาติพัฒนาส่งผู้สมัครส.ส.ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นทั้งหมด 8 เขต ประกอบด้วย เขต 1 น.ส.พิตตินันท์ รู้กิจ หมายเลข 21 , เขต 3 นางวิไล โสภา หมายเลข 10 , เขต 4 นายเรืองยศ บุตราช หมายเลข 26 , เขต 5 ว่าที่ร.ต.โกวิทย์ บุตรลำภู หมายเลข 5 , เขต 6 นายนิกร พลเรือง หมายเลข 6, เขต 7 นายเกษม โสภา หมายเลข 4 , เขต 8 นายทัศนะ เศรษฐภักดี หมายเลข 7 และเขต 10 นายยุทธศาสตร์ พหลพัน หมายเลข 18

 

About The Author

Related posts