วันจันทร์ 25 พฤษภาคม 2020

จ.ขอนแก่น เตรียมใช้มาตรการผ่อนปรน ตาม สคบ.เริ่ม3 พ.ค.

จ.ขอนแก่น เตรียมใช้มาตรการผ่อนปรน ตาม สคบ.เริ่ม3 พ.ค.

จ.ขอนแก่น เตรียมใช้มาตรการผ่อนปรน ตาม สคบ.เริ่ม3 พ.ค.


คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่นจ.ขอนแก่น เตรียมพร้อมมาตรการ หลัง ศบค.ผ่อนปรน 8 กิจการและกิจกรรม ที่สามารถเปิดให้บริการประชาชนในระยะที่ 1 ได้ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป


เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ห้องประชุมดอกคูณ ศาลากลาง จ.ขอนแก่น ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น ร่วมประชุมผ่านวีดีทัศน์ทางไกลกับปลัดกระทรวงมหาดไทย เรื่องการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร เพื่อร่วมหารือหลังจากที่ในวันนี้เป็นวันสุดท้าย ของการใช้ประกาศ พรก.ฉุกเฉิน (คราวที่ ๑) ประกาศ เรื่อง การให้ ประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ และประกาศ เรื่อง การให้ข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งที่นายกรัฐมนตรี กำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ ลงวันที่ 28 เมษายน 2563 เพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตรงกัน กระทรวงมหาดไทยจึงกำหนดประชุมชี้แจงแนวทางปฏิบัติราชการภายใต้สถากรณ์ฉุกเฉิน

 นพ. สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า จังหวัดขอนแก่น ได้ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น (คกก.โรคติดต่อ จ.ขอนแก่น ครั้งที่ 17/2563)ภายหลังการประชุมทางไกล จากกระทรวงมหาดไทย ที่มี พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม และมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกรุงเทพมหานคร โดยเป็นการประชุมผ่านระบบวีดีทัศน์ทางไกล ไปยังศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งมี ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม


โดยมี 2 ประเด็นหลัก คือ 1.การขยายเวลา พรก.ฉุกเฉิน จากเดิมวันที่ 30 เมษายน ขยายเป็นวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 2. ประกาศใดก็ตามที่แต่ละจังหวัด ได้ประกาศไปแล้วนั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งใน พรก. ฉุกเฉิน นี้ คือให้มีผลต่อเนื่องต่อไป จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563
ทั้งนี้ จังหวัดขอนแก่น มีการออกประกาศ จำนวน 13 ฉบับ ซึ่งถือว่ายังมีผลสืบเนื่องต่อไป ขณะนี้จังหวัดขอนแก่น ได้เตรียมความพร้อมการดำเนินการในทุกมิติ ใน 4 เรื่อง คือ 1. ด้านความปลอดภัยและความมั่นคง ภายหลังจากที่เปิดให้บริการในกิจการบางประเภทตามประกาศ ที่จะต้องไม่กลับเข้าสู่ภาวะที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อการติดเชื้อเพิ่ม เช่นในหลายประเทศ 2. ด้านการสาธารณสุข ซึ่งรัฐบาลให้การสาธารณสุขเป็นตัวหลักในการประเมินการเปิดให้บริการในกิจการต่างๆ ในลักษณะที่เข้าสู่ภาวะวิธีใหม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและปลอดภัยให้กับประชาชนเป็นสำคัญ 3. ด้านสังคม และ 4. ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีกิจกรรมที่ส่งผลต่อการที่จะทำให้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด- 19 ซึ่งต้องทำให้เกิดความเชื่อมั่น โดยมีการกำหนดระยะตามที่ ศบค.ได้กำหนด โดยระยะที่ 1 จะเริ่มเปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม นี้เป็นต้นไป

 

ใน 8กลุ่มกิจการและกิจกรรมที่มีความเสี่ยงน้อย เช่น 1.ร้านอาหาร นั่งทานที่ร้านได้ แต่ต้องจัดที่นั่งห่างกัน 1.5 เมตร และห้ามมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปิดตามเวลาพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
2.ตลาดและตลาดนัด ให้ขายสินค้าได้ทุกประเภท
3.สถานที่ออกกำลังกาย เป็นประเภทที่มีระยะห่างกัน รวมถึงศูนย์กีฬาและศูนย์เยาวชนให้เข้าไปออกกำลังกายได้เฉพาะกีฬาที่ไม่ใกล้ชิดกัน เช่น เดิน วิ่ง สนามแบตมินตัน เทนนิส เทเบิลเทนนิส เป็นต้น ไม่อนุญาตกีฬาประเภททีม เช่น ฟุตบอล ซอฟบอลวอลเลย์บอล บาสเกตบอล กีฬาที่ต้องใกล้ชิดกัน
4.สวนสาธารณะ ให้เข้าใช้ออกกำลังกาย พักผ่อนได้ แต่ห้ามจับกลุ่มสังสรรค์
5.ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย อนุญาตเฉพาะตัด สระ ไดร์ และต้องหยุดทำความสะอาดฆ่าเชื้อทุกๆ 2 ชม.ให้จองคิวเข้ารับบริการ ไม่ให้มีการนั่งรอในร้าน ช่างใส่หน้ากาก และ Face Shield ด้วย
6.ร้านตัดขนสัตว์และคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ นำสัตว์เข้าร้านได้ 1 คน/1 ตัว
7.โรงพยาบาล คลินิก และสถานพยาบาล
8.สนามกอล์ฟ และสนามฝึกซ้อม
โดยกิจการทั้ง 8 ประเภทจะต้องมีมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มจ้น ไม่ว่าจะเป็นจัดคิวผู้เข้าใช้บริการ การจัดระยะห่าง การจัดพื้นที่ภายในสถานประกอบการ มีเจลแอลกอฮอล์ใช้ล้างมือ การเข้าออกกิจการต่างๆ โดยทางจังหวัดขอนแก่น จะยังใช้มาตรการเดียวกันกับทางกรุงเทพมหานคร ได้เตรียมประกาศใช้ในวันที่ 3 พ.ค. 63 นี้เป็นต้นไป สำหรับการผ่อนปรน เพราะเป็นมาตรการกลางทั่วประเทศที่จะใช้ขณะนี้ จังหวัดขอนแก่นได้เตรียมพร้อมมาตรการในทุกกิจกรรม และได้จัดส่งข้อมูลให้หอการค้าจังหวัดขอนแก่น ภาคธุรกิจ เอกชน อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานของรัฐ เจ้าพนักงานในท้องถิ่น ได้รับทราบมาตรการ แนวทาง และวิธีการดำเนินการ ที่มีรายละเอียดที่สมบูรณ์ครบถ้วนแล้ว


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในการประชุมคณะกรรมการศูนย์บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดขอนแก่น และคณะกรรมการโรคติดต่อ จังหวัดขอนแก่น จ.ขอนแก่น ครั้งที่ 17/2563 โดยมี ดร. สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธาน ร่วมประชุมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน รับฟังสถานการณ์การ การระบาดของโควิด-19 ของจังหวัดขอนแก่นด้วยมีประกาศ ข้อกำหนดออกตาม ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 29 เมษายน 2563 นายกรัฐมนตรีออกข้อกำหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลายดังนี้ ให้บรรดาประกาศหรือคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศและกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองที่ได้ประกาศหรือสั่งไว้ก่อนหน้าวันที่ข้อกำหนดนี้ใช้บังคับ ไม่ว่าจะเป็นการห้าม การให้กระทำการหรือการผ่อนคลายใดๆ ถือว่าเป็นประกาศหรือสั่งสั่งตามข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตราที่ 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปเช่นเดิม จนกว่าข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งเป็นอื่นตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป หากมีความคืบหน้าเป็นอย่างไร จะแจ้งให้ทราบในครั้งต่อไป.

About The Author

Related posts