วันพฤหัสบดี 2 กุมภาพันธ์ 2023

บุญไม่มี”ร้องสื่อ!ไปทำงานกรุงเทพหลายปี กลับบ้านขอนแก่น ราคาที่ดินพุ่งถูกน้องยึด

บุญไม่มี”ร้องสื่อ!ไปทำงานกรุงเทพหลายปี กลับบ้านขอนแก่น ราคาที่ดินพุ่งถูกน้องยึด
Header Ads
Header Ads
Header Ads
Header Ads

บุญไม่มี”ร้องสื่อ!ไปทำงานกรุงเทพหลายปี กลับบ้านขอนแก่น ราคาที่ดินพุ่งถูกน้องยึด


ต่อสู้คดีโดยลำพังเนื่องจากอายุมากแล้วไม่มีกำลังทรัพย์เพราะปัจจุบันมีรายได้แค่จากสวัสดิการของรัฐ คือเงินผู้สูงอายุและเบี้ยคนพิการ โดยได้รับความช่วยเหลือจากทนายกรี  กันติยานารา ทนายความชื่อดัง และหัวหน้าสำนักงานทนายคุณธรรมให้ความช่วยเหลือ  แต่เนื่องจากราคาประเมินที่ดินได้พุ่งขึ้นสูงมากเนื่องจากจะมีการก่อสร้างสถานีรถไฟแห่งใหม่ขึ้นในบริเวณใกล้เคียงจึงไม่มีเงินค่าธรรมเนียมกว่าหมื่นบาทไปวางศาล จึงได้ขอขยายเวลาในการวางเงินไปอีก 15 วัน จึงได้ทำการร้องสื่อมวลชน วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ


   วันนี้ (21 ม.ค.66)  ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่นรายงานว่า จากกรณีที่นายบุญ พร้อมพรั่ง อายุ  78 ปี อยู่บ้านหนองแวงไร่ หมู่ 1 ตำบลในเมือง  อำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น  เดินทางไปทำงานหาเงินกรุงเทพมหานคร พอกลับมาน้องยึดที่ดินเป็นของตัวเอง  ไม่ได้รับที่ดินมรดกสักแปลง  ทั้ง ๆ ที่ในขณะทำงานได้ส่งเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการทำนา ทำไร่ ให้กับน้อง ๆ ทางบ้านมาโดยตลอด จึงได้ต่อสู้คดีโดยลำพังเนื่องจากอายุมากแล้วไม่มีกำลังทรัพย์เพราะปัจจุบันมีรายได้แค่จากสวัสดิการของรัฐ คือเงินผู้สูงอายุและเบี้ยคนพิการ โดยได้รับความช่วยเหลือจากทนายกรี  กันติยานารา ทนายความชื่อดัง และหัวหน้าสำนักงานทนายคุณธรรมให้ความช่วยเหลือ  แต่เนื่องจากราคาประเมินที่ดินได้พุ่งขึ้นสูงมากเนื่องจากจะมีการก่อสร้างสถานีรถไฟแห่งใหม่ขึ้นในบริเวณใกล้เคียงจึงไม่มีเงินค่าธรรมเนียมกว่าหมื่นบาทไปวางศาล จึงได้ขอขยายเวลาในการวางเงินไปอีก 15 วัน จึงได้ทำการร้องสื่อมวลชน วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ ตามเบอร์โทรศัพท์มือถือของนายบุญ 099-338-9947


    สืบเนื่องจาก นายบุญ พร้อมพรั่ง โจทก์ที่ ๑ ได้ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 16 ม.ค.66 ต่อศาลจังหวัดพล  ตามคดีหมายเลขแดง พ.609/2563 ซึ่งคดีนี้  ศาลชั้นต้น พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ทั้งสองและจำเลยแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์ที่ 1 และนางไหม ปักกะทานัง ภริยาโจทก์ที่ 2 เป็นบุตรนายสีหรือศรี พร้อมพรั่ง กับนางแก้ว พร้อมพรั่ง ส่วนจำเลยเป็นบุตรนางแก้วกับนายแสง สิงห์โคกสูง และนายบุญจันทร์ พร้อมพรั่งเป็นบุตรนางแก้ว กับนายกัณหา ไม่ทราบนามสกุล ตามบัญชีเครือญาติท้ายฟ้องโจทก์ นายสี นางแก้ว นางไหม และโจทก์ที่ 2 ถึงแก่ความตายแล้ว ที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 302 ตำบลในเมือง อำเภอบ้านไผ่  จังหวัดขอนแก่น เนื้อที่ 7 ไร่ 3 งาน 45 ตารางวา นายสีแจ้งการครอบครองว่าได้รับการยกให้จากบิดามารดานางแก้ว ปัจจุบันจำเลยเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท ในคดีแพ่งหมายเลขแดงทิ่ 282/2564 ของศาลนี้ โจทก์ที่ 1เบิกความว่า นายสีและนางแก้วมีทรัพย์สินร่วมกันเป็นที่ดิน ส.ค.๑ เนื้อที่ประมาณ 38 ถึง 39 ไร่ แต่ที่ดินดังกล่าวจะถูกแบ่งเป็นสี่ส่วนแล้วมอบให้โจทก์ที่ 2เนื้อที่ 9 ไร่ 2 งาน ให้นางไหม 8 ไร่ 2 งาน และให้นายบุญจันทร์  ไร่แล้วหรือไม่ โจทก์ที่ไม่ทราบ ทั้งในคดีดังกล่าวโจทก์ที่ 1 ยังเบิกความยอมรับว่าโจทก์ที่ 1 ไม่เคยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ค.1 แปลงพิพาทเนื่องจากเมื่อจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่4แล้วได้เดินทางไปทำงานกรุงเทพมหานคร แต่ได้ให้โจทก์ที่ 2 และนางไหม ปักกะทานัง ภริยาโจทก์ที่ 2 เป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์แทน แต่ในกระบวนการพิจารณาจำเลยนำสืบได้ดีกว่าโดยเฉพาะเกี่ยวกับการครอบครองและจำนวนเนื้อที่ตาม ส.ค.1 เลขที่ 302  แม้ว่าจำเลยลักลอบนำไปออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือ ส.ป.ก.4 – 01 เลขที่ 5987 ตำบลในเมือง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เนื้อที่ 7 ไร่ 2งาน 3ตารางวา เป็นชื่อของตน  รวมทั้งจากคำสั่งศาลจังหวัดพลคดีหมายเลขแดง ที่ 461/2558 ให้โจทก์และจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนางแก้ว พร้อมพรั่ง ผู้ตายร่วมกัน แต่ศาลชั้นต้นยังไม่ใด้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว โจทก์ จึงขอเสนอเป็นประเด็น เพื่อศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยและโปรดพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นตัน และขอได้โปรดพิพากษาเพิกถอนการออกเอกสารสิทธิ์หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) สารบัญจดทะเบียนที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเลขที่ 5987 เล่ม 60 หน้า 87 อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เนื้อที่ 7 ไร่ 2งาน 3 ตารางวา ให้คืนกลับมาตามเดิม และขอให้แบ่งที่ดินแปลงพิพาทออกเป็นสามส่วน ส่วนละเท่าๆกัน แปลงที่ 1 ให้โจทก์ที่ 1 แปลงที่ 2 ให้โจทก์ที่ 2 หรือทายาท แปลงที่ 3 ให้นางแก้ว พร้อมพรั่งหรือทายาท และให้แบ่งที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ ๓๐๒ หมู่ที่ ๓ บ้านหนองแวงไร่ตำบลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เนื้อที่ประมาณ ๗ ไร่ 3 งาน 45 ตารางวา ออกเป็นสามส่วน ส่วนละเท่า ๆ กัน แปลงที่ 1 ให้โจทก์ที่ 1 แปลงที่ 2 ให้โจทก์ที่ 2 หรือทายาท แปลงที่ 3 ให้นางแก้วพร้อมพรั่งหรือทายาท.

 

Header Ads
Header Ads
Header Ads
Header Ads

About The Author

Related posts

Header Ads
Header Ads
Header Ads
Header Ads