สช. ผนึกกำลัง สบช. รวมพลังจับมือ MOU พัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิอย่างยั่งยืน
เน้นสร้างความเข้มแข็งกระบวนการนโยบายสาธารณะในชุมชน




6 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และ สถาบันพระบรมราชชนก (สบช.) สานพลังความร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่อง “การสร้างความเข้มแข็งกระบวนการนโยบายสาธารณะในชุมชนและพื้นที่สู่การพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิอย่างยั่งยืน” เน้นด้านกรอบนโยบาย กระบวนการ กลไกการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะในชุมชนเป็นสำคัญ
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.นพ.วิชัย เทียนถาวร อธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก กล่าวว่า ทางสถาบันฯ มีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ในการ “การสร้างความเข้มแข็งกระบวนการนโยบายสาธารณะในชุมชนและพื้นที่สู่การพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิอย่างยั่งยืน” ระหว่าง สถาบันฯ กับ สช. ในวันนี้
สถาบันฯ ให้ความสำคัญในการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เพื่อประสานความร่วมมือด้านวิชาการและเพิ่มศักยภาพการผลิตบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อรองรับการขับเคลื่อนระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ เน้นความสำคัญเพื่อร่วมกันเสริมสร้าง และพัฒนากระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในระดับชุมชนและพื้นที่ การพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ การพัฒนาหลักสูตร การให้ความรู้ ความสามารถ ทักษะที่เหมาะสมต่อการดำเนินงาน และการฝึกอบรมของกำลังคนด้านสุขภาพ รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสุขภาพในระดับชุมชนและพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง มีความต่อเนื่อง และสามารถดำเนินงานได้อย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่การพัฒนากระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในระดับชุมชนและพื้นที่อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิที่มีประสิทธิภาพ เข้มแข็ง และยั่งยืน ต่อไป
นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า การพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิอย่างยั่งยืน ทั้ง 2 องค์กร ต่างเห็นความสำคัญ และพร้อมมุ่งเน้นให้เกิดการบูรณาการองค์ความรู้ บุคลากร และทรัพยากรด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะ สช. นั้นพร้อมสนับสนุนด้านกรอบนโยบาย กระบวนการ และกลไกการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย โดยจะเชื่อมโยงความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ พร้อมทั้งสนับสนุนการติดตาม ประเมินผล และการสังเคราะห์บทเรียนเชิงนโยบายจากการดำเนินงาน เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
โดย สช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะบรรลุวัตถุประสงค์ตามเจตนารมณ์ในบันทึกความเข้าใจฯ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการสร้างความเข้มแข็งในกระบวนการนโยบายสาธารณะในชุมชนและพื้นที่ สู่การพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ” นพ.สุเทพ กล่าว


