เมษายน 12, 2026

Breaking News

โลจิสติกส์ไทยถึงจุดเปลี่ยน! อาจารย์ คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน มน.จี้รัฐรื้อแผนรับมือสงครามเศรษฐกิจผันผวน

โลจิสติกส์ไทยถึงจุดเปลี่ยน! อาจารย์ คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน มน.จี้รัฐรื้อแผนรับมือสงครามเศรษฐกิจผันผวน

อาจารย์คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยนเรศวร เสนอรัฐเร่งทบทวนแผนพัฒนาโลจิสติกส์ประเทศให้สอดรับบริบทโลกยุคใหม่ หลังสงคราม-เศรษฐกิจเปลี่ยนทิศทาง พร้อมจับตาจีนพัฒนาโครงข่ายราง-ถนนเชื่อมภูมิภาค ชี้ไทยต้องเร่งเครื่องก่อนเสียโอกาส

ผศ.ดร.บุญทรัพย์ พานิชการ

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ดร.บุญทรัพย์ พานิชการ อาจารย์ประจำคณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน และเครือข่ายวิชาการโลจิสติกส์อาเซียน มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ออกมาเสนอให้ภาครัฐเร่งทบทวนและปรับปรุงแผนพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศไทยอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
 ผศ.ดร.บุญทรัพย์ ระบุว่า ปัจจัยสำคัญทั้งจากภาวะเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงข้อจำกัดด้านการค้าชายแดน เช่น กรณีการปิดด่านบางพื้นที่ ส่งผลให้รูปแบบการขนส่งและโลจิสติกส์ต้องปรับตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการพึ่งพาเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีความเสี่ยงสูงเมื่อเกิดวิกฤติ
“ระบบโลจิสติกส์ในปัจจุบันต้องมีมากกว่าหนึ่งทางเลือก ทั้งทางบก ทางราง ทางอากาศ และทางทะเล เพื่อกระจายความเสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า” ผศ.ดร.บุญทรัพย์ กล่าว

  ทั้งนี้ มองว่าระบบรางจะกลายเป็นทางเลือกสำคัญในอนาคต เนื่องจากสามารถควบคุมต้นทุนและความเสี่ยงได้ดีกว่า แม้ปัจจุบันประเทศไทยและภูมิภาคยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบรางยังไม่สมบูรณ์ และจำนวนเที่ยวขนส่งยังไม่เพียงพอ รวมถึงการขาดระบบตู้ควบคุมอุณหภูมิสำหรับสินค้าเกษตร
ในส่วนของความเคลื่อนไหวระดับภูมิภาค พบว่า ประเทศจีนมีแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนารถไฟที่สามารถรองรับราง 2 ขนาด (1 เมตร และ 1.435 เมตร) ในขบวนเดียว ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งเชื่อมต่อผ่านประเทศไทยลงสู่ท่าเรือแหลมฉบัง และเชื่อมต่อไปยังมาเลเซีย–สิงคโปร์ได้สะดวกยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดพัฒนาเส้นทางเชื่อม “ระนอง–ชุมพร” เพื่อเปิดประตูการค้าฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งจีนให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากสถานการณ์ในเมียนมายังมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้ไทยกลายเป็นทางเลือกสำคัญในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน โครงการก่อสร้างทางด่วนใน สปป.ลาว ที่เชื่อมต่อกับเส้นทาง R3A ไปยังจีนตอนใต้ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจเปลี่ยนโฉมการขนส่งสินค้าในภูมิภาค โดยสามารถลดระยะเวลาการขนส่งเหลือเพียง 4 ชั่วโมง จากเดิมกว่า 10 ชั่วโมง
ผศ.ดร.บุญทรัพย์ ยังกล่าวถึงศักยภาพของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่สามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลางการส่งออกสินค้าเกษตร ผ่านเส้นทางรถไฟเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ เชื่อมต่อไปยังจีนและ สปป.ลาวได้ในอนาคต

   อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าหลายโครงการสำคัญของไทยยังมีความล่าช้า ทั้งการพัฒนาโครงข่ายราง การเปิดศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า รวมถึงการลงทุนจากภาคเอกชนที่ยังไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ต้องใช้เวลาอีก 5–10 ปี จึงจะเห็นภาพรวมที่ชัดเจน นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐเร่งพัฒนาเมืองชายแดนให้มีความเจริญ เพื่อดึงดูดเศรษฐกิจจากประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมทั้งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศให้สมบูรณ์ก่อนเชื่อมโยงกับต่างประเทศ
“ประเทศไทยยังติดกับดักการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายจากการเปลี่ยนรัฐบาลหรือผู้บริหาร ทำให้แผนพัฒนาไม่ต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องรื้อและปรับแผนใหม่ให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบัน” ผศ.ดร.บุญทรัพย์ กล่าว
พร้อมกันนี้ เสนอให้รัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคม เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการด้านโลจิสติกส์ให้ชัดเจนภายในช่วง 100 วันแรก เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม
“หากประเทศไทยสามารถปรับแผนและขับเคลื่อนได้ทันเวลา ยังมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคได้ในอนาคต” ผศ.ดร.บุญทรัพย์ กล่าวทิ้งท้าย.

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *