มกราคม 19, 2026

Breaking News

ครู จ.ขอนแก่น ยื่น!ศูนย์ดำรงธรรม ร้องปันผลสหกรณ์ลดทั้งที่กำไรเพิ่ม

ครู จ.ขอนแก่น ยื่น!ศูนย์ดำรงธรรม ร้องปันผลสหกรณ์ลดทั้งที่กำไรเพิ่ม

ครู จังหวัดขอนแก่น ยกขบวน ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น ร้องสหกรณ์ฯครูขอนแก่น สามารถสร้างรายได้ มีกำไรถึง1,785 ล้านบาทเศษ มากกว่าปีที่แล้วที่มีกำไรจำนวน 1,759 ล้านบาทเศษ เป็นเงินจำนวน 26 ล้านบาทเศษ แต่จ่ายปันผลต่ำกว่าดิม ด้านสหกรณ์ออกออกแถลงการณ์เรื่องเงินปันผลเฉลี่ยคืน ปี 2568 ต้องดำเนินการตามมติที่ประชุมใหญ่ ร้องให้ตรวจสอบและให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน ทั้งให้ชะลอรับรองประธานสหกรณ์คนใหม่ ที่เพิ่งชนะเลือกตั้งมาเร็วนี้
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 16 มกราคม 2569 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น ข้าราชการครู สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นกว่า 200 คน ชุมนุมรวมตัวยื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมกับผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อใช้สิทธิสมาชิกปกป้องผลประโยชน์ของสหกรณ์และสมาชิก โดยมีนางนวรัตน์ ชูทุ่งยอ ครูบำนาญ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาขอนแก่น เป็นตัวแทนยื่นหนังสือ กับนายกิตติพงษ์ เบี้ยวโกฎิ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่นเป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว
สืบเนื่องจากผู้บริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จ่ายเงินปันผล และเงินเฉลี่ยคืนในรอบการดำเนินงานเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา ในอัตราที่ต่ำกว่าปกติ โดยจ่ายเงินปันผลในอัตราร้อยละ 2.6 เงินเฉลี่ยคืนร้อยละ 3.4 ซึ่งถือว่าอยู่ในอัตราที่ต่ำมาก ทั้งที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น สามารถสร้างรายได้ มีกำไรถึง1,785 ล้านบาทเศษ มากกว่าปีที่แล้วที่มีกำไรจำนวน 1,759 ล้านบาทเศษ เป็นเงินจำนวน 26 ล้านบาทเศษ ที่จ่ายเงินปันผลในอัตราสูงถึงร้อยละ 5 และเงินเฉลี่ยคืนถึงร้อยละ 11
นางนวรัตน์ ชูทุ่งยอ ตัวแทนสมาชิก สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น กล่าวว่าข้าราชการครูที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น พบความผิดปกติของการบริหารงานสหกรณ์ โดยเมื่อปี 2568 สหกรณ์แถลงว่ามีผลกำไรถึง1,785 ล้านบาทเศษ มากกว่าปีที่แล้วที่มีกำไรจำนวน 1,759 ล้านบาทเศษ เป็นเงินจำนวน 26 ล้านบาทเศษ แต่กลับจ่ายเงินปันผลให้กับสมาชิกกว่า 20,000 รายๆละหลักร้อยบาท ทุกคนทราบดีว่าสหกรณ์มีปัญหา เรื่องการยักยอกเงิน 431 ล้านบาทเมื่อปี 2562 ทุกฝ่ายหาทางแก้ไขและหาทางออกร่วมกัน โดยเมื่อปี 2567 สหกรณ์ปันผลให้กับสมาชิกร้อยละ 5 เงินเฉลี่ยคืนร้อยละ 11 แต่พอมาปี 68 นี้ กลับจ่ายเงินปันผลในอัตราร้อยละ 2.60 เงินเฉลี่ยคืนร้อยละ 3.40 เท่านั้น
“เมื่อสอบถามสหกรณ์ฯได้รับคำตอบว่าแม้กำไรจากการบริหาางานจะมากกว่าปี 2567 ถึง 26 ล้านบาท แต่ก็ต้องนำเงินไปจ่ายค่าดอกเบี้ยกองทุนฯ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง กองทุนอะไรก็ชี้แจงไม่ได้ และไม่ใช่เรื่องที่สมาชิกต้องมารับผิดชอบจากการบริหารงานของสหกรณ์ฯ ข้าราชการครูทั้งที่เกษียณและยังคงรับราชการครูอยู่และเป็นสมาชิกสหกรณ์ฯ จึงพร้อมใจกันรวมตัวกันในวันครูวันนี้”
นางนวรัตน์ กล่าวและว่าเพื่อยื่นเรื่องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้มีคำสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นคนปัจจุบัน, คณะกรรมการสหกรณ์ฯ และผู้จัดการสหกรณ์ชุดปัจจุบันทั้งหมด และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จากส่วนกลางเข้ามาตรวจสอบการบริหารงานทั้งหมด
ขณะเดียวกันข้าราชการครูเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดกำกับควบคุมสหกรณ์ทั้งประเทศ ให้ชะลอการมีมติรับรองประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นคนใหม่ ซึ่งจะมีการแต่งตั้งในวันที่ 24 ม.ค.นี้ออกไปก่อน เนื่องจากตรวจพบขาดคุณสมบัติการเป็นประธานสหกรณ์ฯ อย่างชัดเจน และมีเอกสารยืนยันถูกต้อง การเรียกร้องให้จ่ายปันผลในปี 2568 ใหม่ เพราะขัดต่อกำไรที่ได้รับอย่างชัดเจน ซึ่งสหกรณ์ประกาศปันผลน้อยละ 2.60 นั้นไม่เป็นธรรม
สุดท้ายคือการทบทวนการจ่ายโบนัสและปรับลดเงินรางวัลต่างๆของประธานสหกรณ์ฯ คณะกรรมการสหกรณ์ฯ ผู้จัดการสหกรณ์ฯ และเจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯ เนื่องจากมีการพิจารณาที่ไม่เหมาะสม และมากเกินไปควรนำเงินดังกล่าว มาปรับเกลี่ยหรือปันผลให้กับสมาชิกจะเหมาะสมกว่า
อย่างไรก็ประธานสหกรณ์คนใหม่ ก็เป็นอดีตประธานคนเดิม รวมทั้งคณะกรรมการที่ถูกแต่งตั้งขึ้น จึงอยากให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ในระยะนี้ไปก่อน จนกว่าการตรวจสอบและการสอบสวนข้อเท็จจริงต่างๆของสหกรณ์ฯ จะแล้วเสร็จ เพื่อความโปร่งใสของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในภาพรวม
ขณะที่ในวันเดียวกัน สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด โดยนายอนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์
ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ได้ออกแถลงการณ์เรื่องเงินปันผลเฉลี่ยคืน ปี 2568 ใจความว่าความเดิม ปี 2567 คณะกรรมการชุดปัจจุบันได้ดำเนินการบริหารจัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ภายใต้ข้อจำกัดในการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม 2567 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 5.50 บาท และตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 ถึงเดือนธันวาคม 2567 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 4.95 บาท ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจของคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่สหกรณ์ สามารถสร้างรายได้ จำนวน 1,759 ล้านบาทเศษ หักค่าใช้จ่ายแล้วมีรายได้กำไรสุทธิ 1,089 ล้านบาทเศษ สามารถปันผล ได้ร้อยละ 5 เฉลี่ยคืน ร้อยละ 11 เป็นที่พอใจของมวลสมาชิก ซึ่งสหกรณ์ไม่มีรายจ่ายคืนดอกเบี้ยกองทุนสวัสดิการเดิม (กสส.1-6/กสช.1-3)
​ การดำเนินงานในปี 2568 คณะกรรมการชุดปัจจุบันต่อเนื่องจากปี 2567 ดำเนินการบริหารจัดการในปี 2568 ภายใต้ข้อจำกัดในการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ในเดือนมกราคม 2568 ถึง เดือน ธันวาคม 2568 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 4.95 บาท เพื่อให้เป็นไปตามอุดมการณ์สหกรณ์ ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจของคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่สหกรณ์ สามารถสร้างรายได้ จำนวน 1,785 ล้านบาทเศษ ซึ่งมากกว่าปีที่แล้ว จำนวน 26 ล้านบาทเศษ แต่สถานการณ์ของสหกรณ์ที่ศาลมีคำพิพากษาให้สหกรณ์จ่ายคืนดอกเบี้ยกองทุนสวัสดิการเดิม (กสส.1-6/กสช.1-3) ที่ยกเลิกตามคำสั่งนายทะเบียนให้กับสมาชิกที่ประชุมใหญ่จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คณะกรรมการจ่ายคืนดอกเบี้ยกองทุนสวัสดิการเดิมให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี ตั้งแต่ปี 2568-2570 และให้ตั้งแผนงานงบประมาณรายจ่ายในปี 2568 คณะกรรมการจึงเริ่มจ่ายคืนดอกเบี้ยกองทุนให้กับสมาชิก เฉพาะรายจ่ายดอกเบี้ยกองทุนที่เป็นรายจ่ายหลักจำนวนทั้งสิ้น 410 ล้านบาทเศษ และมีรายจ่ายอื่นอีกตามแผนงานงบประมาณ จึงเหลือเงินกำไรสุทธิ 521 ล้านบาทเศษ สมาชิกได้รับเงินปันผล ร้อยละ 2.60 เฉลี่ยคืน ร้อยละ 3.40 ซึ่งไม่เป็นที่พอใจของมวลสมาชิก ถ้าไม่มีรายจ่ายเรื่องดอกเบี้ยกองทุนสวัสดิการเดิมสหกรณ์เราจะมีกำไรสุทธิ 931 ล้านบาทเศษ สมาชิกได้เงินปันผล ร้อยละ 4.50 เฉลี่ยคืน ร้อยละ 8.35 ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่แล้ว คณะกรรมการได้ตระหนักและเข้าใจมวลสมาชิกเป็นอย่างดี แต่ต้องดำเนินการตามมติที่ประชุมใหญ่ เพราะตามหลักการของสหกรณ์มติที่ประชุมใหญ่สำคัญที่สุดที่คณะกรรมการต้องปฏิบัติตาม คณะกรรมการได้เตรียมเรื่องนี้เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณาในวันที่ 24 มกราคม 2569 ต้องรอมติที่ประชุมใหญ่จะให้คณะกรรมการดำเนินการอย่างไรเพื่อประโยชน์สูงสุดของมวลสมาชิก จึงแถลงการณ์ให้ทราบโดยทั่วกัน
“แหล่งข่าว เปิดเผยอีกว่าปีนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญกรณีนายเอกราชยักยอกทรัพย์ 431ล้านบาทเศษ ศาลสั่งให้ชำระเงินสหกรณ์แต่ไม่ชำระเป็นการตั้งค่าเผื่อที่มากที่สุดในงบการเงินถึง 74 ล้าน ซึ่งมีผลกระทบต่อกำไรสุทธิเช่นเดียวกันถ้าตามจริง สหกรณ์ออมทรัพย์ ครู ขอนแก่น มีกำไรตั้ง 931ล้านบาทเศษ เพียงแต่แบ่งจ่ายเป็น 2 ทาง คือคืนดอกเบี้ยกองทุนและปันผล”.


About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *