สช. ผนึกภาคีฯ ลุยศึกษาระบบ ‘Health Point’
เก็บแต้มสุขภาพแลกสิทธิประโยชน์ ลดค่าน้ำไฟ – ลดหย่อนภาษี – ลดสมทบประกันสังคม



วงถก คกก.ขับเคลื่อนสร้างสภาวะแวดล้อมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ เสนอแนวทางสร้าง NCD Ecosystem หลากหลาย พร้อมเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ระบบ Health Point ใช้แต้มสุขภาพแลกสิทธิประโยชน์ ลดหย่อนภาษี ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ ลดเงินสมทบประกันสังคม ลดค่าฟิตเนส พร้อมผลักดันให้ กลต. นำมิติสุขภาพ เข้าไปในเกณฑ์ใหม่ ESG ปีนี้ “นพ.โสภณ” เตรียมสรุปมาตรการเสนอ คสช. เพื่อชง ครม. พิจารณา
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดประชุมคณะกรรมการพัฒนานโยบายสาธารณะ
ว่าด้วยการสานพลังสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและสังคมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2569 ซึ่งมี นพ.โสภณ เมฆธน อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้ร่วมกันติดตามความก้าวหน้า แนวทาง และแผนปฏิบัติการในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อส่งเสริมการสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและทางสังคมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ หรือ NCD Ecosystem ตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ประกอบด้วย กรมควบคุมโรค กรมอนามัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา (ม.อ.หาดใหญ่) และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายและมาตรการที่น่าสนใจ อาทิ การสร้างแรงจูงใจผ่านการออกกำลังกายที่สามารถนำมาเป็นการเก็บสะสมแต้มสุขภาพ (Health Point) เพื่อนำไปแลกของสมนาคุณหรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น ในโครงการก้าวท้าใจที่ดำเนินการโดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตลอดจนการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้กลไกแรงจูงใจด้านสุขภาพ โดยนำ Health Point มาใช้เป็นส่วนลดค่าครองชีพต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่าบริการฟิตเนส ส่วนลดการซื้อลอตเตอรี่ ส่วนลดค่าส่งเงินสมทบประกันสังคม รวมไปถึงการลดหย่อนภาษีด้วยการเข้าไปร่วมกับโครงการช้อปดีมีคืน +PLUS ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้ตั้งข้อสังเกตถึงข้อจำกัดและความเป็นไปได้ในข้อเสนอดังกล่าว พร้อมทั้งจะนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงการส่งเสริมบทบาทภาคธุรกิจเอกชนให้มีส่วนร่วมในการสร้าง NCDs Ecosystem โดยจะมีการหารือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถึงการนำมิติด้านสุขภาพเข้าไปในเกณฑ์ใหม่ของ Environment Social Governance (ESG) ที่ ตลท. จะใช้ในปีนี้ และมีการหารือถึงผลการขับเคลื่อนในระดับจังหวัด เช่น จ.ภูเก็ต จ.กาญจนบุรี ที่มีการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) และบูรณาการทรัพยากรร่วมกันระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มหาวิทยาลัย และสมัชชาสุขภาพจังหวัดเพื่อไปสร้าง NCD Ecosystem ในโรงเรียน หรือสถานประกอบการโรงงานต่างๆ
โดยมีตัวอย่างบริษัท เจ.เอซ อุตสาหกรรม จำกัด นำหลักการ 3:5:5 การใช้เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม การใช้การเงิน การคลัง และการสร้างแรงจูงใจ ในการสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อ โดยสร้างแรงจูงใจให้พนักงาน ปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อเพื่อลด NCDs ในสถานประกอบการ ดร.วิภาภรณ์ เกียรติอำนวย รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.เอซ อุตสาหกรรม จำกัด กล่าวว่า กิจวัตรประจำวันที่จะต้องสร้างให้เป็นวิถีและวัฒนธรรมขององค์กรให้ได้ เพราะเราเชื่อมั่นว่า สุขภาพที่ดีของพนักงานคือรากฐานอันมั่นคงขององค์กร ซึ่งองค์กรมีการขับเคลื่อน “องค์กรสุขภาวะ (Healthy Workplace)” อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 หลังพบพนักงานกว่า 70% ป่วยโรค NCDs โดยเฉพาะภาวะน้ำหนักเกิน ล่าสุดเดินหน้าโครงการ “นับคาร์บต้านโรค NCDs” ใช้หลักแรงจูงใจและการปรับสภาพแวดล้อมการทำงานให้เอื้อต่อสุขภาพ ลดปรุงลดโรค เครื่องปรุงหากต้องการ 5 บาท ผักปลอดสารเก็บฟรี ปลูกฟรี ตลอดปี ปฎิทินลดคาร์บ “ข้าวกะเพราหมู 3.2 คาร์บ” สมุดบันทึกสะสมแต้มรายคน สหกรณ์แลกสุขภาพออมเงิน รวมทั้งป้ายสื่อแสดงปริมาณน้ำตามโซเดียม ร้านสวัสดิการและตู้อัตโนมัติ บริษัทมีพนักงาน 450 คน คัดเลือกพนักงานกลุ่มเสี่ยงเข้าร่วมโครงการนาน 7 เดือน ส่งผลให้วันลาป่วยลดลง 10.30% ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลลดลง 16.41% อัตราการลด–เลิกบุหรี่ 16.94% และลด–เลิกแอลกอฮอล์ 11.80% และมีเงินออมเพิ่มขึ้น 8.8 ล้านบาท สะท้อนความสำเร็จของการเปลี่ยน “กิจกรรมสุขภาพ” ให้เป็นวิถีและวัฒนธรรมองค์กร โดยย้ำว่าสุขภาพที่ดีของพนักงานคือรากฐานความมั่นคงและความยั่งยืนขององค์กร
นพ.โสภณ เปิดเผยว่า หลังจากที่ภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันขับเคลื่อนและดำเนินการสร้าง NCD Ecosystem แล้ว ในวันที่ 27 ก.พ. นี้ จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการฯ อีกครั้งเพื่อรวบรวมแนวทางต่างๆ จัดทำเป็นแผนปฏิบัติการนำเสนอต่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) พิจารณา และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มีมติออกมาเป็นนโยบายสาธารณะต่อไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นการผลักดันและพัฒนานโยบายระดับชาติให้เกิดการกำกับดูแลในภาพใหญ่
นอกจากนี้จะมีการขับเคลื่อนร่วมกันในระดับพื้นที่โดยการบูรณาการทั้งงบประมาณ องค์ความรู้ เครื่องมือต่างๆ ของแต่ละหน่วยงานภาคี เข้าไปผลักดันในระดับจังหวัดผ่านความร่วมมือของ อบจ. ในพื้นที่ โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญคือ กลุ่มเด็กผ่านสถาบันการศึกษา โรงเรียน มหาวิทยาลัย และกลุ่มคนวัยทำงานผ่านสถานประกอบการโรงงานต่างๆ ในการสร้าง NCD Ecosystem ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมในพื้นที่ โดยถอดบทเรียนจากตัวอย่างผลงานที่เคยทำสำเร็จมาแล้วมาขับเคลื่อน เพื่อก่อให้เกิดเป็นโมเดลจนขยายความสำเร็จไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไปในอนาคต
นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมการประชุมตระหนักดีว่าสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เข้ามากระทบต่อปัญหาโรค NCDs นั้นมีที่มาจากหลากหลายปัจจัย และไม่สามารถผลักดันหรือดำเนินการผ่านภารกิจเฉพาะของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้ จึงต้องสานพลังทุกองค์กรที่มีเกี่ยวข้องและมีศักยภาพที่แตกต่างกันมาร่วมกันหนุนเสริมขับเคลื่อนภารกิจแห่งชาตินี้
“หน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาร่วมในวันนี้ต่างมีแผนภารกิจเฉพาะตามหน้างานของตนเองในการมุ่งสู่การแก้ไขปัญหา NCDs อยู่ ถ้าหากจะให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อประชาชนจำเป็นต้องนำแผนต่างๆ เหล่านั้นมาบูรณาการร่วมกันเป็นอีกแผนหนึ่ง ทั้งเรื่องคน งาน งบ การนำทรัพยากรของแต่ละหน่วยงานมาร่วมทุนกัน และบริหารร่วมกันในการขับเคลื่อนภารกิจเชิงพื้นที่ ซึ่งทั้ง 2 แผนนี้จะนำเสนอต่อ คสช. พิจารณา และเห็นชอบเสนอต่อ ครม. เพื่อให้ ครม. พิจารณามอบหมายสั่งการอย่างใดอย่างหนึ่งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อให้เกิด NCDs Ecosystem ขึ้นจริง” นายสุทธิพงษ์ กล่าว
////////////////////////
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม:
กลุ่มงานสื่อสารสังคม สช.
โทร. 02-8329141


