“ศอ.7 ขอนแก่น”จัดแข่งขัน Jump Rope Kids ครั้งที่ 5 ปลุกเด็กไทยออกกำลังกาย สร้างสุขภาพดี ห่างไกลโรคอ้วน



ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จัดการแข่งขันกระโดดเชือก Jump Rope Kids ครั้งที่ 5 เขตสุขภาพที่ 7 รอบชิงชนะเลิศ ส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กวัยเรียน ภายใต้โครงการ Smart Kids Jump to Fit มุ่งสร้างสุขภาพแข็งแรง ลดภาวะอ้วนและเตี้ย พร้อมคัดสุดยอดทีมจาก 240 ทีมทั่วเขตร้อยแก่นสารสินธุ์ เหลือ 72 ทีมชิงชัย
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ลานรักษ์องค์กร ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น นางบังอร กล่ำสุวรรณ์ รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น เป็นประธานเปิดการแข่งขันกระโดดเชือก Jump Rope Kids ครั้งที่ 5 เขตสุขภาพที่ 7 ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมี นางชนิตา รุ่งวิทยากร รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น นางสาวสุวิชชา สังข์ทอง หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียน กล่าวรายงาน ผู้บริหารศูนย์อนามัยที่ 7 ครูผู้ฝึกสอน นักกีฬากระโดดเชือก คณะกรรมการจัดการแข่งขัน และผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่เขตร้อยแก่นสารสินธุ์ เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

นางสาวสุวิชชา สังข์ทอง
นางสาวสุวิชชา สังข์ทอง หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียน กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ภายใต้โครงการ Smart Kids Jump to Fit ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากความห่วงใยสุขภาพเด็กวัยเรียนในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลให้เด็กมีกิจกรรมทางกายลดลง มีพฤติกรรมเนือยนิ่งมากขึ้น และพบแนวโน้มภาวะเริ่มอ้วน อ้วน และเตี้ยเพิ่มขึ้น ขณะที่เด็กที่มีการเจริญเติบโตสมวัยยังต่ำกว่าเป้าหมาย ศูนย์อนามัยที่ 7 จึงส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยการกระโดดเชือก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่าย ใช้อุปกรณ์น้อย สามารถเล่นได้ทุกที่ ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย ความแข็งแรงของหัวใจและกล้ามเนื้อ รวมถึงส่งเสริมการเจริญเติบโตและเพิ่มส่วนสูง อีกทั้งยังได้รับความสนใจจากนักเรียนและครูผู้ฝึกสอนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเฝ้าระวังสุขภาพเด็กวัยเรียนในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา พบว่า เด็กที่มีส่วนสูงตามเกณฑ์และรูปร่างสมส่วนลดลงจากร้อยละ 63.1 เหลือร้อยละ 59.5 ขณะที่ภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนเพิ่มขึ้น ส่วนภาวะเตี้ยแม้ลดลงจากร้อยละ 10.5 เหลือร้อยละ 9.5 แต่ยังสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 9 จึงสะท้อนถึงความจำเป็นในการส่งเสริมกิจกรรมทางกายอย่างต่อเนื่อง
การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทเดี่ยวบุคคลสปีดขาคู่ และ ประเภททีมนัมเบอร์เอทสปีด โดยจัดแข่งขัน 2 รอบ คือ รอบคัดเลือกจากคลิปวิดีโอ ซึ่งมีผู้สมัครรวม 240 ทีม และคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ 72 ทีม โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมกีฬาจัมพ์โร้ปไทย ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดขอนแก่น รวมถึงครูผู้ฝึกสอน ร่วมทำหน้าที่กรรมการตัดสิน

นางบังอร กล่ำสุวรรณ์
ด้าน นางบังอร กล่ำสุวรรณ์ กล่าวว่า การส่งเสริมกิจกรรมทางกายไม่ใช่เพียงการออกกำลังกาย แต่เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพและอนาคตของเด็กไทย การกระโดดเชือกเป็นกีฬาที่เรียบง่ายแต่มีคุณค่ามหาศาล ช่วยพัฒนาความแข็งแรง ความคล่องแคล่ว การประสานงานของร่างกาย ตลอดจนปลูกฝังความมีวินัย ความอดทน และความมุ่งมั่น ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญของการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ พร้อมชื่นชมนักกีฬาทุกคนที่มุ่งมั่นฝึกซ้อมจนผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ โดยย้ำว่าความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ถ้วยรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่คือการเรียนรู้ การพัฒนาตนเอง การสร้างมิตรภาพ การมีสุขภาพร่างกายที่ดี และปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีผ่านกีฬากระโดดเชือก.






