วิกฤตปฏิรูป มข.เลือกแก้ปัญหาหรือปล่อยสะสม? เดิมพันอนาคตมหาวิทยาลัยไทย




ประเด็นปรับโครงสร้างเงินเดือนใหม่ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นกลายเป็นรอยร้าวลึก เมื่อพนักงานใหม่ได้รับเงินเดือนเท่าหรือสูงกว่าบุคลากรที่อุทิศตนทำงานมานาน ขณะที่เงินผู้บริหารปรับขึ้นมีผลย้อนหลัง ระบบ ERP งบ 330 ล้านบาทกลับเบิกจ่ายล่าช้าจนหลายคนต้องสำรองจ่ายเอง ล่าสุดกลุ่มพยาบาลและสายสนับสนุนเตรียมสวมชุดดำยื่นหนังสือถึงอธิการบดีวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ด้านมุมมองจากวงการชี้ การปรับค่าตอบแทนเพื่อดึงดูดคนเก่งจำเป็นอย่างยิ่ง แต่หากละเลยคนทำงานเดิมและไม่มีมาตรการคุ้มครองช่วงเปลี่ยนผ่าน ปฏิรูปจะไม่สำเร็จ ทางเลือกที่ง่ายคือปล่อยปัญหาสะสม แต่ถ้าทุกคนคิดเช่นนั้น มหาวิทยาลัยไทยจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง สถานการณ์ยังคงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นดังกล่าวถูกนำขึ้นเผยแพร่และถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะจากเพจชื่อดัง “Khon Kaen Voice” ที่สรุปสถานการณ์ “ค่าตอบแทนบุคลากร มข. กับระบบ ERP 330 ล้าน” จนสั่นสะเทือนขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน


ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1–2 ตุลาคม 2569 มหาวิทยาลัยได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชี้แจงโครงสร้างเงินเดือนใหม่ แบ่งเป็น 2 รอบ คือกลุ่มพนักงานสายวิชาการ-วิจัย และสายสนับสนุน นำโดย รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยากุล อธิการบดี พร้อมด้วยรองอธิการบดีและผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออธิบายหลักเกณฑ์การจัดระดับตำแหน่ง (ระดับ B–A) เส้นทางความก้าวหน้า และรับฟังข้อซักถาม โดยระบุว่าจะนำข้อเสนอแนะไปพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น
สรุปประเด็นสำคัญที่เป็นที่พูดถึง ความเหลื่อมล้ำค่าตอบแทน “คนใหม่แซงคนเก่า”ผู้บริหารได้รับอนุมัติปรับขึ้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง โดยมีผลย้อนหลังไปถึงเดือนตุลาคม 2568 โครงสร้างใหม่ทำให้พนักงานที่เพิ่งบรรจุได้รับเงินเดือนสูงขึ้น (เช่น ปริญญาเอก 41,000 บาท, พยาบาล/ปฏิบัติการ 20,000 บาท) เท่าหรือสูงกว่าบุคลากรเดิมที่ปฏิบัติงานมานานหลายปี บุคลากรเดิมที่เตรียมผลงานพร้อมปรับตำแหน่งตามเกณฑ์เดิม กลับ “ติดล็อก” ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะเกณฑ์เงินเดือนขั้นต่ำใหม่สูงขึ้น มหาวิทยาลัยช่วยเหลือเยียวยาได้เพียงบางส่วน อ้างงบประมาณไม่เพียงพอสำหรับปรับให้ทุกคน ระบบ ERP 330 ล้าน — คุ้มค่าหรือภาระ? มหาวิทยาลัยลงทุนระบบบริหารจัดการองค์กร (ERP) มูลค่ากว่า 330 ล้านบาท เพื่อปฏิรูปการเงิน พัสดุ และบุคลากร ปรากฏปัญหาเบิกจ่ายล่าช้า ทั้งเบี้ยเลี้ยงฝึกงานนักศึกษาและค่าใช้จ่ายของบุคลากร บางส่วนต้องสำรองจ่ายเงินส่วนตัวไปก่อน เกิดคำถามว่า “มีงบ 330 ล้านลงทุนระบบได้ แต่ทำไมไม่มีงบดูแลขวัญกำลังใจและความเป็นธรรมด้านเงินเดือน” นัดรวมพลยื่นหนังสือ 7 ตุลาคม กลุ่มพยาบาลหน่วยงานวิกฤต (ICU/CCU) และบุคลากรสายสนับสนุน เตรียมสวมชุดดำยื่นหนังสือถึงอธิการบดี เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ขอให้ออก “บทเฉพาะกาล” คุ้มครองสิทธิของผู้ที่ปฏิบัติตามกติกาเดิม ไม่ได้คัดค้านโครงสร้างใหม่ แต่ขอความเป็นธรรมไม่ให้ถูกลอยแพ การประกาศใช้เกณฑ์ใหม่กระทำกะทันหัน ทำให้บุคลากรตั้งตัวไม่ทัน มาตรฐานคู่ขนาน? อันดับโลกถอย ความคาดหวังสูง ขณะที่บุคลากรถูกประเมินเข้มข้น ทั้งเกณฑ์ภาษาอังกฤษและการใช้ AI ข้อมูลจาก Times Higher Education แสดงแนวโน้มอันดับโลกของ มข. ลดลงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีเสียงเรียกร้องให้ประเมินผู้บริหารด้วยมาตรฐานเดียวกัน ทั้งความคุ้มค่าของการลงทุนและความโปร่งใสในการปรับค่าตอบแทน

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล
ขณะที่มุมมอง “ปฏิรูปยากกว่าการเขียนวิสัยทัศน์” นอกจากประเด็นร้อนภายในแล้ว ยังมีการนำเสนอมุมมองเชิงวิเคราะห์จากผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการอุดมศึกษา อาทิ นาม “พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า” ที่ชี้ให้เห็นว่า ปัญหานี้ไม่ได้มีแค่ที่ มข. แต่เป็นโจทย์ที่ทุกมหาวิทยาลัยต้องเผชิญ
“เราจะดึงดูดคนเก่งได้อย่างไร ถ้าค่าตอบแทนแข่งขันกับตลาดแรงงานไม่ได้? การปรับเงินเดือนบรรจุใหม่ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เมื่อปรับแล้วจะเกิดปัญหา ‘เงินเดือนบีบอัด’ (salary compression) ทันที — คนใหม่ได้มากขึ้น แต่คนเก่าที่อยู่มาก่อนกลับถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง การแก้ไขให้เป็นธรรมกับทุกคนต้องใช้งบประมาณมหาศาลทุกปี ซึ่งไปเบียดแยกทรัพยากรจากสิ่งอื่นๆ จึงเป็นเรื่องท้าทายว่าเราจะจัดลำดับความสำคัญว่า ‘คนคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุด’ อย่างแท้จริงหรือไม่”
“การกล้าแตะปัญหาโครงสร้างสมควรได้รับเครดิต เพราะทางเลือกที่ง่ายที่สุดคือไม่ทำอะไร ปล่อยปัญหาสะสมส่งต่อให้คนถัดไป แต่ ‘กล้าเปลี่ยน’ ไม่ได้แปลว่า ‘ทำถูกทุกอย่าง’ ต้องประเมินผลกระทบล่วงหน้า มีมาตรการคุ้มครองช่วงเปลี่ยนผ่าน และกล้ายอมรับเมื่อเกิดปัญหาแล้วแก้ไข ถ้าจะอยู่ต่อให้ครบวาระ ก็เลือก ‘อย่าไปแตะ เดี๋ยวมีดราม่า’ สุดท้ายไม่มีใครกล้าปฏิรูป และมหาวิทยาลัยไทยก็จะค่อยๆ ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”
ทั้งนี้ สถานการณ์ยังคงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการยื่นหนังสือของกลุ่มบุคลากรในวันที่ 7 ตุลาคม และท่าทีฝ่ายบริหารที่จะตอบสนองข้อเรียกร้องอย่างไร ต่อไป.









