สหกรณ์ สธ.ขอนแก่น งานเข้า!อดีต ผอ.รพ.แวงน้อย นำสมาชิกร้องสื่อ-แจ้งความ ปมซื้อที่ดิน 80 ล้าน


brp_del_th:null;
brp_del_sen:null;
delta:null;
module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 2;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: -1;weatherinfo: null;temperature: 42;

brp_del_th:null;
brp_del_sen:null;
delta:null;
module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 2;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: -1;weatherinfo: null;temperature: 43;

brp_del_th:null;
brp_del_sen:null;
delta:null;
module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 8;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: -1;weatherinfo: null;temperature: 43;
นพ.เตือน สายบัวทอง อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลแวงน้อย สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น จำกัด (สอ.สธ.ขก.) นำหนังสือทางการของสหกรณ์ พร้อมหลักฐานและข้อมูลสัมภาษณ์ ร้องสื่อขอให้ตรวจสอบกรณีคณะกรรมการชุดที่ 34 นำโดยทีมพลังรักษ์สหกรณ์ขอนแก่นซึ่งมี ดร.กมล ศรีล้อมเป็นหัวหน้าทีม โดยสมัยนายพุทธาศรี เกิน เป็นประธานกรรมการ ได้ซื้อที่ดินเพื่อสร้างสำนักงานใหม่ มูลค่า 80 ล้านบาท อ้างละเมิดประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ ไม่มีแผนงบประมาณ อ้างราคาที่ดินข้างเคียงเท็จ ศาลแพ่ง‑อุทธรณ์ยกฟ้อง ขณะที่สมาชิกได้แจ้งความ 4 คดีไว้กับสถานีตำรวจเมืองขอนแก่น รอผลสืบสวน
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นพ.เตือน สายบัวทอง อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลแวงน้อย และสมาชิกสหกรณ์ส่วนหนึ่ง ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนพร้อมนำหนังสือสอบถามความคืบหน้าในการดำเนินคดี ต่อพันตำรวจเอก ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น (ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น) ที่เคยมายื่นร้องขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการสหกรณ์ กรณีจัดซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ มูลค่า 80 ล้านบาท ภายหลังที่ศาลแพ่งและศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษายกฟ้องกรณีเรียกชดใช้เงินส่วนต่าง 12 ล้านกว่าบาท ตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น ในช่วงปี 2565‑2569 ที่ผ่านมา
หนังสือที่ผู้ร้องนำเสนอ เป็นหนังสือของสหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น จำกัด ส่งถึงสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2565 มีเนื้อหาขอข้อมูลราคาซื้อ‑ขายที่ดินบริเวณใกล้เคียงพื้นที่เป้าหมาย เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาจัดซื้อที่ดินสำหรับก่อสร้างอาคารสำนักงาน ตามแผนงานของคณะกรรมการ โดยสหกรณ์ได้รับหนังสือตอบกลับจากสำนักงานที่ดินลงวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ให้ข้อมูลเพียง 1 แปลงเท่านั้น แต่ภายหลังคณะกรรมการกลับอ้างอิงข้อมูล 3 แปลงในเอกสารประกอบการซื้อที่ดิน ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าเป็นข้อมูลเท็จ ไม่ตรงกับประวัติการซื้อขายจริง เช่น แปลงที่ 1 อ้าง 108 ล้าน แต่เคยซื้อขายจริง 39 ล้าน แปลงที่ 2 อ้าง 48 ล้าน แต่เคยซื้อขายจริง 23 ล้าน ส่วนแปลงที่ 3 ไม่มีประวัติซื้อขายจริง มีเพียงราคาประเมิน



brp_del_th:null;
brp_del_sen:null;
delta:null;
module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 3145728;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: -1;weatherinfo: null;temperature: 42;
ตามข้อมูลและเอกสารของผู้ร้อง คณะกรรมการชุดที่มีนายพุทธา ศรีเกิน หัวหน้างานนิติการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เป็นประธาน ได้เริ่มกระบวนการจัดซื้อที่ดินเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2565 โดยประกาศเชิญชวนหาที่ดินประมาณ 4 ไร่ แต่ไม่ได้จัดทำแผนงบประมาณตามข้อบังคับ และไม่ได้กำหนดราคากลางไว้ก่อน ภายหลังคณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกเหลือ 5 แปลง ก่อนเปลี่ยนเป็นการซื้อรวม 2 แปลง เนื้อที่รวม 8‑1‑96.3 ไร่ มูลค่า 80 ล้านบาท ในวันที่ 29 ธันวาคม 2565 ซึ่งเป็นวันสิ้นปีบัญชีของสหกรณ์ อ้างว่าเป็นที่ดินสำหรับสร้างสำนักงานใหม่ โดยผู้ร้องอ้างว่าที่ดินดังกล่าวซื้อมากกว่าจำนวนที่ประกาศ 2-4 ไร่ แต่ซื้อจริง 2 แปลง 8 -1-96.3ไร่ โดยตอนยื่นซองเสนอมาเพียง 1 แปลง และมีขั้นตอนการทำเอกสารไม่ถูกต้อง เช่น แก้ไขรายงานการประชุมวิสามัญเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2565 ภายหลังการประชุมเพื่อระบุว่ามีแผนงบประมาณ เพื่อซื้อที่ดิน รวมถึงการอ้างราคาที่ดินข้างเคียง 3 แปลงเป็นข้อมูลเท็จ ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงการซื้อขายจริง
นายทะเบียนสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น ได้ออกคำสั่งหลายฉบับให้คณะกรรมการแก้ไขข้อบกพร่อง และให้ชดใช้เงินส่วนต่าง 12,074,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย แต่คณะกรรมการไม่ปฏิบัติตาม จึงมีการยื่นฟ้องแพ่ง อย่างไรก็ตาม ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษายกฟ้อง เห็นว่ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าสหกรณ์ได้รับความเสียหาย หรือราคาที่ซื้อสูงเกินจริง ภายหลัง นายแพทย์เตือน และพวก ในฐานะสมาชิก ได้เข้าแจ้งความต่อสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น รวม 4 คดี ได้แก่ คดีที่ 1 จัดทำเอกสารเท็จกรณีไม่มีแผนงบประมาณ คดีที่ 2 ปลอมแปลงเอกสารราคาที่ดินข้างเคียง คดีที่ 3 เบิกความเท็จในชั้นศาล และคดีที่ 4 กรณีการทุจริตในการจัดซื้อที่ดิน ปัจจุบันสำนวนกำลังอยู่ในขั้นตอนสืบสวนของตำรวจ มีการเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวน ทำให้ความคืบหน้าล่าช้า ยังไม่มีการส่งสำนวนไปยังอัยการ ทั้งนี้ หน่วยงานตรวจสอบอื่นๆ เช่น สำนักงาน ป.ป.ช. ได้แจ้งว่าเรื่องนี้ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่โดยตรง
สหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น จำกัด เป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่ มีสินทรัพย์กว่า 20,000 ล้านบาท สมาชิกประมาณ 18,000 คน ครอบคลุมบุคลากรสาธารณสุขทุกแห่งในจังหวัดขอนแก่น มีผลกำไรเฉลี่ยปีละ 500‑600 ล้านบาท ที่ผ่านมาคณะกรรมการชุดปัจจุบันบริหารงานมามากกว่า 10 ปี สมาชิกกลุ่มหนึ่งได้รวบรวมรายชื่อขอเปิดประชุมวิสามัญเพื่อตรวจสอบกรณีนี้ แต่ยังไม่ได้รับการจัดประชุม ขณะที่ฝ่ายคณะกรรมการยืนยันว่าการจัดซื้อที่ดินเป็นไปอย่างถูกต้อง สอดคล้องกับความจำเป็นของสหกรณ์ และผลการพิจารณาของศาล ทั้งนี้ยังไม่มีข้อสรุปสุดท้ายจากหน่วยงานสอบสวน เรื่องยังคงอยู่ในกระบวนการกฎหมายต่อไป.

