“หนึ่งผู้ให้…หลายชีวิตได้ไปต่อ” รพ.ขอนแก่น รณรงค์บริจาคอวัยวะ ชู “The Ultimate Gift of Life” ส่งต่อความหวัง เปลี่ยนความสูญเสียเป็นชีวิตใหม่



โรงพยาบาลขอนแก่นจัดกิจกรรม “The Ultimate Gift of Life : ส่งต่อของขวัญแห่งชีวิต” รณรงค์บริจาคอวัยวะ ดวงตา และโลหิต ภายใต้แนวคิด “หนึ่งผู้ให้…หลายหัวใจได้เต้นต่อ” เปิดเวทีถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากผู้ได้รับการปลูกถ่ายไตและกระจกตา รวมถึงครอบครัวผู้บริจาค สะท้อนพลังแห่งการให้ที่สามารถเปลี่ยนความสูญเสียให้กลายเป็นความหวัง พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ เพื่อส่งต่อโอกาสให้ผู้ป่วยได้กลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัวอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่บริเวณโถงชั้น 1 อาคารสิรินธร โรงพยาบาลขอนแก่น ได้จัดกิจกรรม “The Ultimate Gift of Life : ส่งต่อของขวัญแห่งชีวิต” เพื่อรณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคอวัยวะและดวงตา ตลอดจนส่งเสริมการบริจาคโลหิต โดยมี นายแพทย์ธนสิทธิ์ ไพรพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น เป็นประธานเปิดงาน และ นายแพทย์วีระยุทธ หุมอาจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านสื่อสารองค์กรและลูกค้าสัมพันธ์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน
กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “หนึ่งผู้ให้…หลายหัวใจได้เต้นต่อ” เพื่อสื่อให้เห็นถึงคุณค่าของการบริจาคอวัยวะ ซึ่งแม้ผู้ให้จะไม่สามารถอยู่ต่อได้ แต่อวัยวะที่ได้รับการบริจาคสามารถนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่กำลังรอคอยโอกาสในการรักษา และทำให้ผู้รับมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัวและสังคมได้อีกครั้ง
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือเวที Open Talk หัวข้อ “หนึ่งผู้ให้…หลายหัวใจได้เต้นต่อ” เปิดโอกาสให้ผู้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ ครอบครัวผู้บริจาค และบุคลากรทางการแพทย์ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริง เพื่อสร้างความเข้าใจถึงกระบวนการบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ รวมถึงสะท้อนความรู้สึกของทั้ง “ผู้ให้” และ “ผู้รับ” ซึ่งต่างมีเรื่องราวและความหมายที่เชื่อมโยงกันผ่านการส่งต่อชีวิต
ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายอัครวัฒน์ วงศ์ปุญญากานต์ ตัวแทนผู้ได้รับการปลูกถ่ายไต, นายพีรวัส ศิริคะเณรัตน์ ผู้ป่วยปลูกถ่ายกระจกตา, นายสุขุม กาญจนะกัณโห ตัวแทนครอบครัวผู้บริจาคดวงตา และ แพทย์หญิงนิวรรณ ธิรธิกุล จักษุแพทย์ด้านกระจกตา ผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตา โดยมี นายแพทย์วีระยุทธ หุมอาจ และ นางสาวนัฏกฤตา ทิชญะปัณช์ ทำหน้าที่ดำเนินรายการ
นายอัครวัฒน์ วงศ์ปุญญากานต์ ตัวแทนผู้ได้รับการปลูกถ่ายไต เปิดเผยถึงประสบการณ์ว่า รู้สึกยินดีและดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับโอกาสในการปลูกถ่ายไต เพราะก่อนหน้านี้การดำเนินชีวิตประจำวันเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องเข้ารับการฟอกไตถึงสัปดาห์ละ 3 วัน ส่งผลต่อการใช้ชีวิตและการทำกิจกรรมต่าง ๆ หลังได้รับการปลูกถ่ายไต ชีวิตมีความสะดวกและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้มากขึ้น จึงอยากกล่าวขอบคุณผู้บริจาคอวัยวะและครอบครัวของผู้บริจาคที่ได้มอบโอกาสสำคัญให้ พร้อมยืนยันว่าจะดูแลสุขภาพของตนเองและดูแลอวัยวะที่ได้รับบริจาคอย่างดีที่สุด เพื่อให้การให้ครั้งนี้มีคุณค่าและสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยาวนาน
ด้าน นายสุขุม กาญจนะกัณโห ตัวแทนครอบครัวผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตา ถ่ายทอดเรื่องราวของครอบครัวว่า ต้องขอขอบคุณแพทย์ พยาบาล และบุคลากรโรงพยาบาลขอนแก่นที่ให้การดูแลหลานชายเป็นอย่างดีในช่วงที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลา 3 วัน
หลานชายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในช่วงวัยเบญจเพส นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่และเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนในครอบครัวต้องเผชิญกับความเสียใจอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ครอบครัวไม่ต้องการให้การจากไปของเขาสูญเปล่า จึงตัดสินใจบริจาคอวัยวะและดวงตา เพื่อให้สิ่งที่สามารถส่งต่อได้จากร่างกายของเขา ได้กลายเป็นโอกาสและความหวังให้กับผู้ป่วยอีกหลายคนที่กำลังรอคอยการรักษา การตัดสินใจบริจาคอวัยวะจึงเปรียบเสมือนการทำสิ่งสุดท้ายแทนผู้ที่จากไป และเป็นการเปลี่ยนความสูญเสียของครอบครัวให้กลายเป็นโอกาสในการดำรงชีวิตของผู้อื่น พร้อมฝากถึงผู้ที่ได้รับอวัยวะว่า ขอให้ดูแลสุขภาพและอวัยวะที่ได้รับให้ดีที่สุด ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และใช้โอกาสที่ได้รับให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ขณะเดียวกัน ยังได้เชิญชวนประชาชนที่ยังไม่ได้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ ให้พิจารณาร่วมเป็น “ผู้ให้” เพราะการบริจาคอวัยวะสามารถมอบโอกาสให้ผู้ป่วยที่กำลังรอคอยการปลูกถ่าย ได้กลับไปใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัว มีสุขภาพที่ดีขึ้น และกลับมาดำเนินชีวิตในสังคมได้อีกครั้ง
นอกจากกิจกรรมเสวนาแล้ว ภายในงานยังจัด นิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะและดวงตา การรณรงค์ให้ประชาชนแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตา ตลอดจนกิจกรรมรับบริจาคโลหิต เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้เข้าร่วมงานมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเป็นรูปธรรม
โรงพยาบาลขอนแก่นมุ่งหวังให้กิจกรรม “The Ultimate Gift of Life : ส่งต่อของขวัญแห่งชีวิต” เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะ พร้อมสร้างวัฒนธรรมแห่งการให้ในสังคม โดยเฉพาะการตระหนักว่า การตัดสินใจบริจาคอวัยวะของคนหนึ่งคน อาจสามารถสร้างโอกาสให้กับผู้ป่วยได้อีกหลายชีวิต เพราะการจากไปของคนหนึ่งคน ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยความสูญเสียเพียงอย่างเดียว หากมีการส่งต่ออวัยวะและดวงตา การให้ครั้งนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นความหวัง เป็นลมหายใจ และเป็นโอกาสให้หลายชีวิตได้เดินหน้าต่อไป “หนึ่งผู้ให้…หลายชีวิตได้ไปต่อ”.




