“อาบป่า”เปิดตัวหนังสือ “พันธะสัญญาแห่งชีวิต” ชวนคืนสมดุลชีวิต ผ่านพลังธรรมชาติและวิทยาศาสตร์








CEA ผนึกกำลังมูลนิธิออมไทยและภาคเอกชน จัดนิทรรศการ “อาบป่า” (Forest Therapy Exhibition) พร้อมเปิดตัวหนังสือ “พันธะสัญญาแห่งชีวิต” ผลงานของ ดร.ประเสริฐ ปิ่นงาม ถ่ายทอดแนวคิดการอยู่ร่วมกันของทุกสรรพชีวิตด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตอกย้ำว่า “โลกอยู่รอดด้วยการเกื้อกูล ไม่ใช่การแข่งขัน” พร้อมปลุกจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติสู่สังคมไทย
“อาบป่า” ปลุกพลังคืนสมดุลชีวิต! เปิดตัวหนังสือ “พันธะสัญญาแห่งชีวิต” ชูแนวคิด “โลกอยู่รอดด้วยการเกื้อกูล ไม่ใช่การแข่งขัน”
- ดร.ประเสริฐ ปิ่นงาม เผยแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือ เริ่มจากคำถามพื้นฐานของชีวิตว่า “มนุษย์เกิดมาทำไม ชีวิตคืออะไร และทุกสรรพสิ่งเชื่อมโยงกันอย่างไร”
- หนังสือได้รับอิทธิพลจากแนวคิดของ ดร.ลินน์ มาร์กุลิส นักชีววิทยาผู้เสนอทฤษฎีว่าการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตเกิดจาก “การพึ่งพาอาศัยกัน” มากกว่าการแข่งขันเพียงอย่างเดียว
- ดร.ประเสริฐชี้ว่า วิทยาศาสตร์สามารถอธิบายความเชื่อมโยงของชีวิตได้อย่างมีหลักฐาน ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงคำตอบของชีวิตผ่านองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์
- นายประยุทธ จิตรกลาง สะท้อนว่า มนุษย์เป็นผู้รับประโยชน์จากธรรมชาติมาโดยตลอด แต่กลับมีคนจำนวนน้อยที่คิดตอบแทนธรรมชาติ
- ย้ำว่าการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนต้องเริ่มจาก “การสร้างจิตสำนึก” โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน ให้เห็นคุณค่าของป่า น้ำ สัตว์ป่า และระบบนิเวศ
- อัญเชิญพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 “ควรปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน” เป็นหลักคิดในการสร้างคนให้รักธรรมชาติอย่างแท้จริง
ขอนแก่น — ศูนย์ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ร่วมกับ มูลนิธิออมไทย บริษัท ออมไทย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท เวริทรานส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดนิทรรศการ “อาบป่า” (Forest Therapy Exhibition) พร้อมเปิดตัวหนังสือ “พันธะสัญญาแห่งชีวิต” ผลงานของ ดร.ประเสริฐ ปิ่นงาม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แคมปัส ขอนแก่น
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เพื่อสร้างพื้นที่เรียนรู้ด้านธรรมชาติ การเยียวยาจิตใจ และปลุกจิตสำนึกการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ดร.ประเสริฐ ปิ่นงาม ผู้เขียนหนังสือ “พันธะสัญญาแห่งชีวิต” เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของหนังสือมาจากคำถามพื้นฐานที่ติดอยู่ในใจมาตลอดว่า “มนุษย์เกิดมาทำไม ชีวิตคืออะไร และเป้าหมายของการมีชีวิตคืออะไร” ประกอบกับความเชื่อที่ว่า ทุกสรรพสิ่งบนโลกต่างเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ แรงบันดาลใจสำคัญเกิดขึ้นหลังศึกษาผลงานของ ดร.ลินน์ มาร์กุลิส (Dr. Lynn Margulis) นักชีววิทยาผู้เสนอทฤษฎีการกำเนิดไมโทคอนเดรีย ซึ่งเปลี่ยนมุมมองของโลกวิทยาศาสตร์จากแนวคิดที่เน้นการแข่งขันตามธรรมชาติ ไปสู่แนวคิดของ “การพึ่งพาอาศัยและการอยู่ร่วมกัน” ของสิ่งมีชีวิต แม้ผลงานของเธอจะถูกปฏิเสธถึง 15 ครั้ง ก่อนจะได้รับการยอมรับในเวลาต่อมา
ดร.ประเสริฐ กล่าวว่า หนังสือเล่มนี้ต้องการใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์อธิบายความหมายของชีวิต แทนการอธิบายผ่านปรัชญาหรือศาสนาเพียงอย่างเดียว เพื่อให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้าใจว่า ทุกชีวิตบนโลกมีความเชื่อมโยงกัน และการอยู่รอดของมนุษย์เกิดจากความร่วมมือมากกว่าการแข่งขัน
ด้าน นายประยุทธ จิตรกลาง นักสื่อความหมายธรรมชาติ จากศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม จังหวัดชัยภูมิ ผู้ทำงานใกล้ชิดธรรมชาติมานานกว่า 40 ปี กล่าวว่า มนุษย์ได้รับประโยชน์จากธรรมชาติมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นอากาศ น้ำ อาหาร หรือทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงชีวิต แต่กลับมีผู้คนเพียงไม่มากที่ตระหนักถึงการตอบแทนบุญคุณของธรรมชาติ เขาระบุว่า เป้าหมายสำคัญของการทำงาน คือการสร้างจิตสำนึกให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป มองเห็นคุณค่าของป่าไม้ สัตว์ป่า และระบบนิเวศ เพราะหากผู้คนยังมองธรรมชาติเป็นเพียงทรัพยากรสำหรับตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ปัญหาการทำลายป่า ไฟป่า และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพก็จะยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายประยุทธ ยังอัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ว่า “ควรปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นจะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดินและดูแลด้วยตนเอง” พร้อมย้ำว่า การสร้างความรัก ความเข้าใจ และความเคารพต่อธรรมชาติ คือรากฐานสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
การจัดนิทรรศการ “อาบป่า” ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นเวทีเปิดตัวหนังสือ หากยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ และการพัฒนาจิตใจ เพื่อปลุกให้สังคมหันกลับมาทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับโลกธรรมชาติ ภายใต้แนวคิดสำคัญว่า “โลกใบนี้ไม่ใช่โลกของมนุษย์เพียงผู้เดียว แต่คือโลกธรรมชาติที่ทุกชีวิตต้องอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล”.















