วันศุกร์ 27 พฤศจิกายน 2020

วอน!ศิษย์ยานุศิษย์หลวงพ่อมหาบุญทัน ร่วมบูรณะปฏิสังขรณ์ วัด ให้ดีดังเดิมเช่นตอนยังไม่ได้ละสังขาร

วอน!ศิษย์ยานุศิษย์หลวงพ่อมหาบุญทัน ร่วมบูรณะปฏิสังขรณ์ วัด ให้ดีดังเดิมเช่นตอนยังไม่ได้ละสังขาร
Header Ads
Header Ads

วอน!ศิษย์ยานุศิษย์หลวงพ่อมหาบุญทัน ร่วมบูรณะปฏิสังขรณ์ วัด ให้ดีดังเดิมเช่นตอนยังไม่ได้ละสังขาร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่า ที่วัดป่าสามัคคีสันติธรรม บ้านค้อ หนองสวรรค์ตำบลบ้านเหล่า อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น ได้มีการตัดไม้ ขนาดใหญ่ คืนพื้นที่ เป็นวงกว้างภายในวัด ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ของอำเภอบ้านฝาง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ข้อเท็จจริง ขอให้สื่อมวลชน รีบไปทำข่าว ในกรณีดังกล่าว อย่างเร่งด่วน เพราะ สร้างความเสียหาย ต่อสมบัติของวัด ดังกล่าวเพื่อนำไปใช้เป็นสมบัติของส่วนตัว


หลังรับแจ้ง ผู้สื่อข่าวจึงลง ไปสืบเสาะหาข้อเท็จจริง ในเรื่องดังกล่าวในพื้นที่วัดป่าสามัคคีสันติธรรมซึ่งก็พบกับท่อนซุง ที่มีทั้งขนาดใหญ่ กลางและเล็ก ประมาณ 10 กว่าต้น ถูกเลื่อยยนต์ตัด หั่นเป็นท่อนซุง รอการแปรรูปเป็นแผ่น สอบถามชาวบ้าน ที่กำลัง ใช้เลื่อยยนต์ ตัดต้นไม้อยู่นั้น แล้วได้ใจความว่า ทางวัด ได้ให้ มาตัด เพื่อที่จะ นำเอาไปเป็นฟืนเผาถ่าน หรือใช้แปรรูป เป็นพื้นฝาบ้าน ได้ในบางส่วน ของต้นไม้ที่มีลำต้นขนาดใหญ่ แลกกับการ โค่นต้นไม้ และเคลื่อนย้ายต้นไม้ออดไป เพื่อปรับภูมิทัศน์ในการสร้างวังพญานาคของวัด อันเนื่องจากวัดไม่มี เงิน ในการ จ้าง ผู้รับเหมามาดำเนินการ ตัดไม้ดังกล่าว จึงไหว้วาน ให้ ผู้ที่มีแม็คโคร หรือชาวบ้านที่อยู่ระแวก ใกล้กับวัด มาดำเนินการ ในเรื่องดังกล่าว


จากเรื่องดังกล่าวสื่อมวลชนได้ สำรวจบริเวณวัด จนได้พบกับพระซึ่งมีรูปเดียว ทั้งวัด ซึ่งนั่นก็คือพระครูพิศิษฏ์ สารโสภณ หรือพระอาจารย์จ่อยเจ้าอาวาสวัดป่าสามัคคีสันติธรรม ซึ่งเป็นหลานในใส้ ของหลวงพ่อพระครูพิศาลคณานุกิจ (หลวงพ่อมหาบุญทัน ปุญญทัตโต ดร.) อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสามัคคีสันติธรรม บ้านค้อ หนองสวรรค์ตำบลบ้านเหล่า อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น พระเกจิชื่อดัง ของประเทศไทย ที่มรณภาพไปแล้ว พร้อมด้วยนายฉลอง ก้อยทอง กำนันตำบลบ้านเหล่า อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น นางธนภร แสงนิธิตนันท์ และน.ส.ธิดานันท์ เลี่ยมทอง ศิษย์ยานุศิษย์ที่ศรัทธาเลื่อมใสในตัวหลวงพ่อมหาบุญทัน


โดยได้ชี้แจงกับสื่อมวลชนว่าสำหรับวัดป่าสามัคคีสันติธรรม เป็นวัดที่หลวงพ่อพระมหาบุญทัน เป็นพระเกจิอาจารย์ด้านเมตตามหานิยม เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่คำดี พระป่าสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต มีลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศ อาทิ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งดาราและศิลปินหลายคน เช่น สรพงศ์ ชาตรี, ติ๊ก ชิโร่, นันทิดา แก้วบัวสาย, จินตหรา พูนลาภ, นก พรพนา หลวงพ่อพระมหาบุญทันเป็นพระเกจิอาจารย์ด้านเมตตามหานิยม จึงทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวมากราบไหว้ขอเป็นศิษย์ และขอวัตถุมงคลจากหลวงพ่อ จนมีลูกศิษย์ลูกหาไปทั่วทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะนักการเมืองทุกระดับ ศิลปินมีชื่อเสียงระดับประเทศก็มากราบไหว้ ขอให้หลวงพ่อพระมหาบุญทันให้ศีลให้พรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวงหมอลำมีชื่อเสียงระดับประเทศ จะไปแสดงที่ไหนจะต้องมาขอให้หลวงพ่อพระมหาบุญทันทำพิธีให้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นหมอลำคณะระเบียบ วาทศิลป์ หมอลำรัตน์ศิลป์อินตาไชยราช และหมอลำประถมบันเทิงศิลป์ ตลอดจนนักธุรกิจ พ่อค้าประชาชน ได้สร้างขึ้นไว้ มีขอบเขตพัทธสีมาจำนวน 377 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิดเป็นกำแพงยาวกว่า 3 กิโลเมตร พระครูพิศิษฏ์ สารโสภณ สาธยายอีกว่าภายในวัดประกอบด้วยสถานที่มีศาลาหอฉัน ศาลาหลังเหลือง ศาลาหลังเขียว หอประชุม 60 ปีพระเทพวรคุณ โรงทาน ตึกมูลนิธิบุญทันตา โดมพิพิธภัณฑ์ กุุฏิ 4 ชั้น กุฏิเรือนรับรองสงฆ์ 3 กุฏิเมตตา กุฏิกรุณา กุฏิวิสุทธิ กุฏิอุเบกขา กุฏินิพพิทา กุฏิวิราคะ กุฏิวิมุต กุฎิมุตติ กุฎิสันติ กุฏินิพพาน เรือนพักอุบาสิกาห้องน้ำ 100 กว่าห้อง มีภูมิเจ้าที่หลวงปู่สัมฤทธิ์ หลวงปู่สุริยันต์ และ หลวงปู่นาค ที่นับเป็นสิ่งก่อสร้าง ประเมินค่ามิได้

พระครูพิศิษฏ์ สารโสภณ

พระครูพิศิษฏ์ สารโสภณ หรือพระอาจารย์จ่อย เจ้าอาวาสวัดป่าสามัคคีสันติธรรม ชี้แจงอีกว่า จริงๆแล้วการตัดไม้ ทำลายป่า ภายในบริเวณวัด มีมาตั้งแต่ ตั้งแต่หลวงพ่อมหาบุญทัน มรณภาพปี 2549 เป็นต้นมา แต่ในช่วงนี้มีโยมที่มีความศรัทธามาจาก จ.อุบลราชธานี ร่วมกันนำกฐินมาทอด รายการบริจาคบุญกฐินสามัคคีปี 2563 มีดังนี้นางธนภร แสงนิธิตนัน บริจาคสร้างรูปเหมือนหลวงพ่อบุญทันเป็นเงิน 380,000บาท บริจาคติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างระบบโซล่าเซลล์เป็นเงิน 170,000 บาท และบริจาคติดตั้งระบบประปาเป็นเงิน 150,000 บาท และน.ส.ธิดานันท์ เลี่ยมทอง บริจาคสร้างรูปเหมือนหลวงพ่อบุญทันเป็นเงิน 20,000 บาทบริจาคติดตั้งระบบประปาเป็นเงิน 30,000 บาท และบริจาคซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเป็นเงิน 30,000 บาท ซึ่งจะมีการมา สร้างพญานาคถวาย พร้อมรูปเสมือนจริงของหลวงพ่อบุญทัน เพิ่มเติม ราคารวมล้านกว่าบาท จึงได้ดำเนินการ วางแผนปรับภูมิทัศน์ด้วยกัน การแพร้วถาง ตัดไม้ ล้มลง เพื่อเป็นการ ปรับปรุงพื้นที่ โดยไม่มีการซื้อขายแต่อย่างใด ซึ่งทางวัดได้ งมอบให้ทางแม็คโครเขาขนไป เพราะทางวัดไม่มีปัจจัยให้ มอบให้ทางแม็คโครจัดการทุกอย่าง เพราะฉะนั้น เรื่องไม้นี้เขาจะทำอะไรก็แล้วแต่เขา เพราะไม่ใช่ไม้ที่มีค่ามีแต่ไม้ต้นมะม่วง,ไม้กระถิน, ไม้คูณ และไม้มะค่า แล้วแต่ว่าเขาจะไปแปรรูปเป็นไม้อะไรก็ช่างเพราะเป็นพันธุ์ไม้ที่ไม่มีค่า ซึ่งไม่มีไม้ที่ผิดกฎหมายเช่นไม้พยุง แต่มันจะต้นใหญ่สักหน่อยเพราะมีการปลูกตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว


“อาตมาขอยืนยันว่าการตัดไม้ไม่ได้เอาไปขาย ไม่มีการซื้อขายแต่อย่างใด พื้นที่ตัดไม้ประมาณ 1 ไร่ แต่เพื่อจะสร้าง สระพญานาค เพื่อให้ญาติโยมได้เข้ามากราบไหว้ และเป็นสถานที่เที่ยวแห่งใหม่ และเป็นที่ปฏิบัติธรรมแห่งใหม่ ด้านพระพุทธศาสนา ต่อไป ดังนั้นขอยืนยันว่าเราไม่คิดทำลายออกไป แต่เราได้นำสิ่งดีๆเข้ามาแทน ในการพัฒนาวัดของเราต่อไป เพราะบริเวณบ่อน้ำตรงนี้ คือหัวใจของวัด เป็นบ่อน้ำหรือสระน้ำเก่าอยู่แล้ว อีกอย่างเป็น พื้นที่นี้เป็นป่ารกร้าง เราจึงมีการตัดต้นไม้ออก เพื่อเราจะปรับภูมิทัศน์ใหม่”พระครูพิศิษฏ์ สารโสภณ

นายฉลอง ก้อยทอง

ด้านนายฉลอง ก้อยทอง กำนันตำบลบ้านเหล่า อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ที่ว่าทางวัดได้มีการตัดไม้ เนื่องจาก ได้มีผู้ประสานหรือโทรแจ้งว่าทางวัดได้มีการตัดไม้ทำลายป่า ได้สอบถามว่ากำนันทราบไหมตนจึงตอบไปว่า ตัวเองรู้มานานแล้วว่าทางวัดจะมีการสร้างพญานาค แต่ในการสร้างพญานาคต้องมีการปรับภูมิทัศน์ทางวัดก่อน ซึ่งจากการตัดไม้ก็จะเป็นไม้เนื้ออ่อนธรรมดาซึ่งไม่มีราคาอะไร ซึ่งไม่ใช่จุดที่จะทำลายป่า เช่นสระใหม่ที่จะทำก็เป็นสระดั่งเดิม ตั้งแต่สมัยหลวงพ่อพระมหาบุญทันท่านอยู่ ถ้าไม่ปรับภูมิทัศน์ก็ไม่สามารถที่จะสร้างพญานาคได้ ไม้ก็ไม่ใช่ไม้พยุงหรือไม้หวงห้ามอะไร อายุต้นไม้ก็ประมาณ 10 ปี ก่อนจะมีการตัดไม้ก็ได้มีการประชุมกับชาวบ้าน เมื่อคราว ทอดผ้ามหากฐิน ที่ผ่านมาในปีนี้ ให้ทราบว่าในส่วนนี้ทางวัดจะได้สร้างพญานาคขึ้น เพื่อที่จะเข้ากับภูมิทัศน์โดยตรง ตรงกับโดมที่หลวงพ่อมหาบุญทัน ท่านได้สร้างไว้ ซึ่งชาวบ้านบ้านค้อ และบ้านหนองสวรรค์ได้รับทราบแล้ว บางส่วนได้ มาช่วยกันบุกเบิก ปรับภูมิทัศน์ ส่วนต้นไม้ก็มอบให้ทางรถแม็คโครเป็นคนดำเนินการเพราะทางวัดไม่มีเงินค่าจ้างให้ ที่สามารถจะจ้างรถแม็คโครมาขนไม้ออกจากวัดได้ เลยมอบให้ทางรถแม็คโครเขาบริหารจัดการเอง


นายฉลอง กล่าวอีกว่าตนเองเป็นคนบ้านหนองสวรรค์ บ้านค้อ มาตั้งแต่กำเนิด พอจบประถม พ่อกับแม่ให้ทำนา มีอาชีพเป็นชาวนา ทำนาเลี้ยงครอบครัวมาตลอด โดยไม่ได้ออกไปนอกพื้นที่เลย ทำให้ คิดไว้ว่าสักวันหนึ่งอยากไปสู่โลกภายนอก เมื่อครบอายุ 20 ปีบริบูรณ์ต้องไปเกณฑ์ทหาร จึงได้ไปกราบขอพรบนบานกับหลวงพ่อสุริยันต์หนึ่งในพระ พุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ของวัดโดยบนบานว่าขอให้จับได้ใบแดง แล้วเมื่อถึงวันที่คัดเลือกทหารตนเองก็จับได้ใบแดงจริงๆซึ่งสร้างความอัศจรรย์ใจจึงมีเกิดความศรัทธาต่อ พระสุริยันองค์นี้เป็นอันมาก


“จึงขอบอกบุญไปยังศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศว่า จริงๆแล้วหลวงพ่อมหาบุญทัน ท่านเป็นพระเกจิชื่อดัง ทั่วประเทศ ลูกศิษย์ลูกหาทั่วทุกภาค ในเมื่อหลวงพ่อท่านมรณภาพไปแล้วก็อยากจะขอเชิญชวนญาติศิษย์ยานุศิษย์ทั้งหลาย มาช่วยกันทะนุบํารุงวัดให้ดีเช่นเดิม ตั้งแต่ตนได้เป็นผู้นำหมู่บ้านก็อยากให้ทุกคนมาช่วยกันพัฒนา วัด โรงเรียน หรือหมู่บ้าน ให้มีความร่มรื่นและสะอาดน่าอยู่”นายฉลอง กล่าว

นางธนภร แสงนิธิตนันท์

ส่วนนางธนภร แสงนิธิตนันท์ ศิษย์ยานุศิษย์ที่ศรัทธาเลื่อมใสในตัวหลวงพ่อมหาบุญทัน อดีตข้าราชการ กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า เริ่มแรกจนได้มาประชุมที่วัด เรื่องปกป้องพระพุทธศาสนา แต่ไม่ใช่เป็นโครงการของวัด เป็นโครงการของคนที่มาเช่าสถานที่ของวัด เขาเป็นคนจัด เลยมีโอกาสได้มากราบพระครูพิศิษฏ์ สารโสภณ หรือพระอาจารย์จ่อย เสร็จแล้วจึงเข้าประชุมและมีการพักแรมอยู่ที่วัด 1 คืน แล้วได้เดินดูบริเวณวัด ซึ่งพระอาจารย์จ่อยตอบว่าเนื้อที่ของวัดมีทั้งหมด 377 ไร่ ก็มีโอกาสได้ดูและเกิดศรัทธาขึ้น ว่าวัดทำไมสะอาดมากโดยมีพระอยู่แค่รูปเดียว พอสอบถามไปทางชาวบ้านที่เข้ามาบริเวณวัดชาวบ้านตอบว่า ชาวบ้านคนไหนที่ไม่มีงานทำก็จะมาช่วยกวาดบริเวณวัดกับพระอาจารย์ทุกวันบางวันพระอาจารย์ก็จ้างวันละ 100 บาทหรือ 200 บาท วันไหนพระอาจารย์ไม่มีปัจจัยก็จะมาช่วยฟรีๆโดยไม่คิดตังค์ พอกลับไปถึงบ้าน


นางธนภร กล่าวอีกว่า ดังนั้น ตนจึงได้ปรึกษากับครอบครัว ซึ่งทางครอบครัวก็เลย ให้เงินทุนมาบริจาคจำนวน 100,000 บาท โดยตนจะนำมาสร้างรูปเหมือนจริงของหลวงพ่อพระมหาบุญทันซึ่งสูง 5 เมตร ซึ่งใช้ งบประมาณ ในการก่อสร้างจำนวน 400,000 บาทซึ่งเป็นงบของตนและครอบครัวและเพื่อนอีก 1 คนช่วยกันสร้างโดยไม่ใช่เงินวัดสักนิด และตนได้ร่วมสร้างพญานาคคู่หนึ่ง กลับรูปเหมือนจริงหลวงพ่อพระมหาบุญทัน มารวมทั้งหมด 1 ล้านกว่าบาท ตอนนี้ช่างได้ดำเนินการสร้างรูปเสมือนจริงแล้ว และจะมาเซ็นสัญญาในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ด้วยงบ 400,000 บาท ด้วยแรงศรัทธาของตนถ้างบไม่พอก็ต้องขอร่วมบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาและผู้ที่นับถือศรัทธาหลวงปู่พระมหาบุญทันท่านอีก


ขอเชิญศิษยานุศิษย์ ผู้มีจิตใจเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา บริจาคได้ที่บัญชี พระพิเชษฐ ธมม.ธโช ธนาคารกรุงไทยสาขาขอนแก่นหมายเลขบัญชี 405- 0 -47659 -2


ประวัติหลวงพ่อมหาบุญทัน ปุญฺญทตฺโต เกิดเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๔๘๑ เป็นบุตรคุณแม่พร และคุณพ่อถัน ศรีโม (ต่อมาเปลี่ยนเป็น ศรีรัตนานนท์) เกิดที่บ้านค้อ ตำบลบ้านเหล่า อำเภอเมือง (ปัจจุบันเป็นอำเภอบ้านฝาง) จังหวัดขอนแก่น เมื่ออายุ ๑๙ ปี (พ.ศ. ๒๕๐๐) ได้บรรพชาเป็นสามเณรจากนั้นได้เดินทางไปพำนักเพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม-บาลี ที่วัดมัชฌิมาวาส อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จนอายุครบ ๒๐ ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ จึงได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดมัชฌิมาวาส โดยมีพระเทพวิสุทธาจารย์ หรือ หลวงปู่ดีเน๊าะ เป็นพระอุปัชฌาย์ สอบได้เปรียญธรรม ๔ ประโยค แต่สอบประโยค ๕ ไม่ได้
ช่วงนั้นได้กลับไปเยี่ยมบ้านที่บ้านค้อ พ่อใหญ่สาย จึงแนะนำว่า อยากจะให้ไปปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่คำดี ปภาโส ที่วัดถ้ำผาปู่ บ้านนาโคก ตำบลนาอ้อ อำเภอเมือง จังหวัดเลย จึงได้ตัดสินใจไปหาหลวงปู่คำดี ที่วัดถ้ำผาปู่ ตามคำแนะนำของพ่อใหญ่สาย ช่วงนั้นเป็นหน้าแล้ง หลวงปู่คำดี ได้พาไปหาหลวงปู่ขาว อนาลโย ที่วัดถ้ำกลองเพล อำเภอ หนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี (ปัจจุบันเป็นจังหวัดหนองบัวลำภู) ออกจากหลวงปู่ขาว ได้ไปหาหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ที่วัดป่านิโครธาราม บ้านหนองบัวบาน อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี หลวงปู่อ่อน ฯ พิจารณาแล้วบอกว่า ท่านเป็นผู้มีบารมีเคยบำเพ็ญมาแต่ชาติก่อน จะมีบริษัทบริวารเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ในช่วงพรรษายังไม่มากนี้ ขอให้รีบเร่งทำความเพียรให้มาก ๆ ท่านจึงได้กลับไปเมืองเลยไปพักอยู่ที่บ้านสามแยก เริ่มทำสมาธิภาวนา
พอถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๐๙ ก่อนเข้าพรรษา ท่านได้เข้ารับการญัตติฯ เป็นพระภิกษุในคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต ที่วัดศรีสุทธาวาส (เลยหลง) โดยมีพระธรรมวราลังการ (ศรีจันทร์ วณฺณาโภ) อดีตรองเจ้าคณะภาค ๘ (ธ) และอดีตเจ้าอาวาสวัดศรีสุทธาวาส (เลยหลง) เมื่อครั้งยังเป็น พระราชคุณาธาร เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากอุปสมบทแล้วได้มาพำนักอยู่จำพรรษาที่วัดถ้ำผาปู่ เพื่อศึกษาและปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่คำดี ปภาโส ในพรรษานั้น ได้เร่งทำความเพียร ด้วยการเดินจงกรม นั่งสมาธิ อย่างอุกฤษฎ์ บางวันก็อดอาหาร อดนอน เป็นต้น เมื่อออกพรรษารับกฐินเสร็จแล้ว ได้เดินทางไปศึกษาและปฏิบัติธรรมกับครูบาอาจารย์แถวนั้น เช่น หลวงปู่ซามา อจุตฺโต วัดป่าอัมพวัน บ้านไร่ม่วง ต.น้ำหมาน อ.เมืองเลย หลวงปู่ชอบ ฐานสโม หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร อำเภอวังสะพุง, อำเภอภูเรือ, อำเภอด่านซ้าย เดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ อากาศจะหนาวเหน็บมาก


พ.ศ. ๒๕๑๑ ท่านและหลวงตาคำภา (มีศักดิ์เป็นลุง เป็นพี่ชายโยมมารดาของท่าน) กับพระเณรอีกหลายรูป มาเยี่ยมบ้านที่บ้านค้อ ได้มาพักปักกลดอยู่ที่โคกหนองเม็ก ซึ่งกลาย มาเป็นวัดป่าสามัคคีสันติธรรมในปัจจุบัน แต่ปีนั้นท่านไม่ได้จำพรรษาที่โคกหนองเม็ก ท่านได้ไปจำพรรษาอยู่กับหลวงปู่ศรี มหาวีโร ที่วัดป่ากุง จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อศึกษาและ ปฏิบัติธรรม  นี้เป็นเพียงประวัติย่อ ๆ เท่านั้น

   หลวงพ่อพระมหาบุญทัน ได้ทำการเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์คณะแพทย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยอาการ น้ำท่วมปอด หัวใจเต้นผิดปกติ อาการไตวายและตับวายไม่ดีขึ้น แนวโน้มความดันโลหิตไม่ดีขึ้น คณะทีมแพทย์ผู้รักษา จึงร่วมปรึกษากับญาติสายตรง เพื่ออธิบายถึงพยาธิสภาพความรุนแรงของโรคและพยากรณ์โรค ได้ข้อสรุปแนวทางรักษาร่วมกัน โดยให้การรักษาทางยาเต็มที่ แต่ถ้าหัวใจหยุดเต้น จะไม่ขอช่วยฟื้นคืนชีพ กระทั่งเวลา 01.43 น. วันที่ 19 พ.ย. 2549 หลวงพ่อพระมหาบุญทันจึงได้มรณภาพด้วยอาการสงบ สิริรวมอายุ 69 ปี.

Header Ads
Header Ads

About The Author

Related posts

Header Ads
Header Ads