วันพฤหัสบดี 21 ตุลาคม 2021

เปิดใจ”ธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์” 8 ปีกับการพัฒนาเทศบาลนครขอนแก่น ให้เป็นมหานครแห่งความสุข

เปิดใจ”ธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์” 8 ปีกับการพัฒนาเทศบาลนครขอนแก่น ให้เป็นมหานครแห่งความสุข
Header Ads
Header Ads

เปิดใจ”ธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์” 8 ปีกับการพัฒนาเทศบาลนครขอนแก่น ให้เป็นมหานครแห่งความสุข


  เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ สำนักงานรักพัฒนานครขอนแก่น โอโซนวิลเลจ ถนนเทพารักษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น จากกลุ่มรักพัฒนานครขอนแก่นหมายเลข 3 ได้ให้สัมภาษณ์เปิดเผย กับสื่อมวลชน ถึงการทำงานรับใช้ประชาชนในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ในระยะ 8 ปีที่ประชาชนรอคอยให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น ในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกฯและ สท. ของเทศบาลนครขอนแก่น มีผู้สมัครในเที่ยวนี้มี 3 ทีมใหญ่ที่ส่งผู้สมัครเข้าร่วม พร้อมทั้งมีผู้สมัครนายกเทศมนตรีจำนวน 5 คน นั้นย่อมแสดงว่ามีความตื่นตัวของภาคประชาชน หลังจากที่เลือก ทั้งส.ส.และส.จ.มาแล้ว ดังนั้นความตื่นตัวที่ว่านี้ก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะมันเป็นปรัชญาตอบรับในเรื่องของประชาธิปไตย ซึ่งก็เปิดกว้างแล้วสำหรับพี่น้องประชาชน ดังนั้นกรณีที่มีความตื่นตัวนั้นคาดว่าน่าจะทำให้พี่น้องประชาชนโดยทั่วไปที่สนใจการเลือกตั้งในเที่ยวนี้มากขึ้นตามลำดับ เทศบาลนครขอนแก่นมีประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด 89,601 คน แบ่งเป็น 4 เขตเลือกตั้ง มีหน่วยเลือกตั้ง 129 หน่วยเลือกตั้ง มีผู้มาสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น จำนวน 5 คน คือ นายวสันต์ ชูชัย หมายเลข 1 จากกลุ่มอิสระ นายชัชวาล พรอมรธรรม หมายเลข 2 กลุ่มรักพัฒนานครขอนแก่น นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ หมายเลข 3 รักพัฒนานครขอนแก่น นายชานนท์ นาประเสริฐกูล หมายเลข 4 จากกลุ่มอิสระ และนายอุดมการณ์ วรกิจ กลุ่มรักนครขอนแก่น หมายเลข 5 โดยมีผู้มาสมัครเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครขอนแก่น จำนวน 224 คน ซึ่งเทศบาลจะทำการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้รับสมัครเลือกตั้ง เพื่อให้ถูกต้องตามระเบียบต่อไป

 นายธีระศักดิ์  ฑีฆายุพันธุ์

ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าชื่อกลุ่มที่มีคล้ายคลึงกัน ของนายชัชวาล  พรอมรธรรม หมายเลข 2 ใช้ชื่อว่ากลุ่มรักพัฒนานครขอนแก่นและนายธีระศักดิ์  ฑีฆายุพันธุ์ หมายเลข 3 จากรักพัฒนานครขอนแก่น จะเห็นว่าชื่อกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน ทำให้ชาวบ้านสับสน บ้างแต่ก็มีหมายเลขที่กำกับอยู่ทราบมาว่าเมื่อก่อนเดิมอยู่ทีมเดียวกันแต่ โดยคงยังใช้ชื่อกลุ่มรักพัฒนานครขอนแก่น ซึ่งประชาชน อาจจะสับสนอยู่บ้าง ว่าทำไมจึงมีกลุ่มรักพัฒนานครขอนแก่น อยู่ถึง 2 ทีม เพราะว่าในทีมเดิม นั้นมีสมาชิกส่วนหนึ่ง ที่มีการแยกตัวออกไป 6 คน แล้วก็ตั้งทีมใหม่โดยใช้ชื่อรักพัฒนานครขอนแก่น เหมือนกัน ในวันนี้มีเบอร์แล้วประชาชน คงจะไม่สับสน แต่ที่แน่ๆคือเลือกนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลนครขอนแก่น 8 ปีที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนชาวเมืองหมอแคนคงจะได้ประจักษ์ถึงความเปลี่ยนแปลงการพัฒนาเมือง ให้รุดหน้าสมกับมหานครแห่งความสุข เป็นต้นว่าการสร้าง เตาเผาขยะให้เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษ สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 9,880,000 ตัน คาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่าประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้กว่า 30,000 กิโลวัตต์ต่อปี รวมถึง การบริหารจัดการขยะผ่านโครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ด้วยวิธีการแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้าระบบปิด โรงไฟฟ้าขยะชุมชนขอนแก่น ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปีสามารถกำจัดขยะได้กว่า 243,000 ตันผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 170,000 เมกะวัตต์ การนำสายไฟลง ในใต้ดิน ถนนรื่นรมย์ 1000 เมตร ดำเนินการเมืองมหานครสีเขียว โดยปรับปรุงภูมิทัศน์ บึงทุ่งสร้าง 2 เฟส คิดเป็นพื้นที่รวมกว่า 182 ไร่


   พัฒนาคุณภาพชีวิตและทุนทางสังคมให้เป็นสังคมเอื้ออาทรและพร้อมต่อการพัฒนา เช่นคนขอนแก่นไม่ทอดทิ้งกัน ประชาชนที่ได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆเช่นเครื่องอุปโภคบริโภคกว่า 9,100 คนต่อครั้ง ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง 140 ราย ซ่อมแซมบ้านกว่า 420 หลังคา หรือโครงการขอนแก่นเมืองใจดี การออกแบบอารยสถาปัตย์ เพื่อคนทั้งมวลโดยปรับปรุงพื้นที่ทางเท้าและทางลาดถนนหลัก 5 สายความยาวรวมกว่า 2,760 เมตร ปรับปรุงพื้นที่ในสวนสาธารณะ 3 แห่งพร้อมทั้งที่ศูนย์สร้างสุข สะพานลอย ศูนย์เยาวชน และครอบครัวนอกจากนั้นยังมีการติดตั้งเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการ 98 ราย อีกทั้งโครงการอิ่มท้องอุ่นใจใกล้บ้าน ใกล้โรงเรียน ผู้ด้อยโอกาสได้รับความช่วยเหลือ 166 รายต่อปี ผนวกกับโครงการบ้าน ชุมชนสีขาว ป้องกันยาเสพติดในชุมชนให้เป็นพื้นที่สีขาว เข้าร่วม 80 ชุมชนมีประชาชนที่เข้าร่วมกว่า 2,100 ครอบครัว ติดตั้งกล้อง CCTV ภาคประชาชนประชาชนเข้าร่วมติดตั้งกล้อง CCTV กว่า 850 จุดช่วยคลี่คลายคดีได้กว่า 300 คดี พร้อมทั้ง ผุดศูนย์สร้างสุข ผู้สูงอายุเปิดให้บริการมานาน 2 ปีผู้สูงอายุมาใช้บริการ 64,600 คนต่อครั้ง ดำเนินการตั้งกองทุนสุขภาพชุมชนร่วมคิดร่วมสร้างระบบสุขภาพและการจัดการสุขภาวะชุมชนโดยชุมชนจำนวน 95 ชุมชนโครงการที่ชุมชนดำเนินการ 475 โครงการและผลกระทบกับประชาชนจำนวน 162,000 คนเป็นเงินกว่า 17,167,00 บาท ด้านการศึกษาโรงเรียนในสังกัด 11 แห่งในปี 2563 มีนักเรียนกว่า 9,400 คน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน 11ศูนย์ จำนวนเด็กเล็กกว่า 480 คนฯลฯ


   พัฒนาศักยภาพนครขอนแก่น เพื่อให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ให้เป็น 1 ใน 5 เมืองไมซ์ซิตี้ของประเทศ ซึ่งมีผลทำให้ในเขตเทศบาลมีการจัดประชุมสัมมนาและการจัดกิจกรรมจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจากจังหวัดอื่น และจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งทำให้เป็น 1 ใน 7 เมือง Smart City ของประเทศซึ่งมีผลทำให้เกิดความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารงานและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน
ส่งเสริมให้เป็นเมืองแห่งเทศกาล Event City เพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมสนับสนุนอาชีพเสริมรายได้และการท่องเที่ยว เช่น สงกรานต์มหัศจรรย์พรรณไม้สวนเรืองแสง Countdown ซึ่งมีผู้เข้าชมรวมกว่า 6 ล้าน 3 แสนคนต่อครั้ง มีเงินสะพัดกว่า 5,400 ล้านบาท ข้อมูลจากผลการศึกษาของคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ,มหาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น และมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะทำถนนคนเดินทำให้กลุ่มผู้ประกอบการกว่า 800 ราย ต่อครั้ง ผู้ใช้บริการกว่า 15,000 คนต่อครั้งเงินสะพัดกว่า 3 ล้านบาทต่อครั้ง เปิดตลาด Green market ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการกว่า 90 ราย ผู้บริโภคกว่า 1,200 คนต่อสัปดาห์ เงินสะพัดกว่า 100 ล้านบาท ต่อสัปดาห์ เปิดกองทุนตั้งตัวสนับสนุนผู้ด้อยโอกาสให้มีอาชีพกว่า 1,300 คนให้มีความรู้ด้านการประกอบอาชีพกว่า 1,100 คนกลุ่มอาชีพที่ได้รับการพัฒนา 18 กลุ่ม เช่น กลุ่มขนมดอกจอก ผลิตภัณฑ์ไข่เค็ม สานตะกร้าพลาสติก ดูจะทำช่องทางการจัดจำหน่ายออนไลน์และออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆและจัดทำของดีในชุมชนในปี 2561-2563 มีชุมชนที่เข้าร่วม 30 ชุมชน มีผู้ส่วนเกี่ยวข้องกว่า 300 คน ผู้เยี่ยมชม 1,400 คนทำให้ชุมชนมีรายได้ไม่น้อยกว่า 250,000 บาท


  เหล่านั้น…เป็นเพียงบางส่วนของการพัฒนานครขอนแก่น จากการนำของนายธีระศักดิ์  ฑีฆายุพันธุ์อดีตนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ซึ่งยังจะส่งเสริมผลักดันโครงการที่น่าสนใจต่อไปอีก เป็นต้นว่าสภาพัฒนาเมือง “เปิดสภาพัฒนาเมือง เพื่อเรียนรู้และแก้ปัญหาไปด้วยกัน”  “สร้างโอกาสด้านทุน ด้วยกองทุนหนุนอาชีพ” และ LRT  “รางสร้างเมือง”ผลักดันระบบขนส่งมวลชนรางเบา LRT สายเหนือ-ใต้(สำราญ-ท่าพระ) หรือเรียกรวมกันว่า นโยบาย 3 เด่น 7 ดี ส่งเสริม สนับสนุน ผลักดัน และพัฒนาโครงการดังต่อไปนี้ โครงการ 3 เด่น เด่นที่ 1สภาพัฒนาเมือง เด่นที่ 2ขอนแก่นฟันด์ “สร้างโอกาสด้านทุนด้วยกองทุนหนุนอาชีพ” และเด่นที่ 3 LRT “รางสร้างเมือง” ผลักดันระบบขนส่งมวลชนรางเบา LRT สายเหนือ-ใต้ (สำราญ-ท่าพระ) ส่วนโครงการ 7 ดี คือ ดีที่ 1 โครงสร้างพื้นฐานดี ,ดีที่ 2 เศรษฐกิจดี ,ดีที่ 3 การศึกษาดี, ดีที่4 สังคมดี ,ดีที่ 5 สิ่งแวดล้อมดี ,ดีที่ 6 สุขภาพดีและดีที่ 7 เครือข่ายที่ดี เป็นต้น 

   จึงถึงเวลาแล้วคือวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2564 ระหว่าง เวลา 08.00 – 17.00 น. พี่น้องชาวเทศบาลนครขอนแก่น 89,601 คน คงต้องไปใช้สิทธิ์เลือกนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น และสมาชิกสภาเทศบาลนครขอนแก่น และค่ำวันเดียวกันคงจะได้รู้ว่าใครเป็นนายกฯเล็กในดวงใจ.

Header Ads
Header Ads

About The Author

Related posts

Header Ads
Header Ads