สิงหาคม 25, 2026

Breaking News

“สทนช.” เปิดเวทีลุ่มน้ำชี รับฟังทุกภาคส่วน เดินหน้าจัดทำแผนแม่บทฯ ยกระดับความมั่นคงทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

“สทนช.” เปิดเวทีลุ่มน้ำชี รับฟังทุกภาคส่วน เดินหน้าจัดทำแผนแม่บทฯ ยกระดับความมั่นคงทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน
“สทนช.” เดินหน้าจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำชี เปิดเวทีระดมความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสีย จ.ขอนแก่น รับฟังข้อเสนอแนะต่อร่างวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ วัตถุประสงค์ และทางเลือกการพัฒนา พร้อมนำกระบวนการ SEA และหลัก IWRM มาใช้เป็นกรอบสำคัญ มุ่งให้แผนตอบโจทย์พื้นที่ รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และให้คนลุ่มน้ำชีมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของแผนร่วมกัน

นายประจวบ รักแพทย์
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุม Love โรงแรมไอโฮเทล อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 เพื่อระดมความคิดเห็นต่อผลการดำเนินงานระยะการกำหนดขอบเขต ภายใต้โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำชี ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566–2580) โดยมีนายธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 หรือ สทนช.ภาค 3 พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
การจัดเวทีครั้งนี้ สทนช.มุ่งเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของลุ่มน้ำชี โดยเฉพาะการให้ข้อคิดเห็นต่อ ร่างวิสัยทัศน์ ประเด็นยุทธศาสตร์ วัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตัวชี้วัด ร่างทางเลือกการพัฒนาเบื้องต้น และเกณฑ์การประเมินทางเลือก ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะนำไปสู่การกำหนดแผนแม่บทลุ่มน้ำชีที่มีความชัดเจน สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
สำหรับแนวทางการจัดทำแผนแม่บทฯ ได้นำหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบองค์รวม หรือ IWRM (Integrated Water Resources Management) มาใช้ในการศึกษา โดยพิจารณาปัจจัยอย่างรอบด้าน ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ วิศวกรรม ตลอดจนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ขณะเดียวกันยังเชื่อมโยงกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี และแผนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมนำกระบวนการ การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) ตามแนวทางของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาใช้เป็นกรอบในการพิจารณาทางเลือกการพัฒนาในระดับลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบ

นายธรรมพงศ์ เนาวบุตร
นายธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 กล่าวว่า การประชุมกลุ่มย่อยครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมรับฟังความคิดเห็นเพื่อให้ร่างวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ และทางเลือกการพัฒนา มีความชัดเจนและครอบคลุมมากที่สุด เนื่องจากความคิดเห็นจากผู้ที่อยู่ในพื้นที่จะเป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดทิศทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้สอดคล้องกับบริบท ปัญหา ความต้องการ และความท้าทายของลุ่มน้ำชี โดยเฉพาะสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรงและส่งผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำมากขึ้น
ทั้งนี้ โครงการฯ ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นมาแล้วในระยะปฐมนิเทศ โดยจัดเวทีที่ 1 เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่จังหวัดขอนแก่น และเวทีที่ 2 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่จังหวัดยโสธร ก่อนนำข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ ข้อกังวล และข้อเสนอแนะจากประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียมาประกอบการศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำร่างแผนแม่บทฯ จนเข้าสู่ขั้นตอนการกำหนดขอบเขตแล้ว
นายธรรมพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 จะจัดขึ้นรวม 5 เวทีใน 5 จังหวัด ได้แก่ หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด ยโสธร และขอนแก่น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้มีส่วนได้เสียในกลุ่มลุ่มน้ำสาขาและพื้นที่ใกล้เคียงสามารถเข้าถึงเวทีได้อย่างทั่วถึง โดยแต่ละเวทีมีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 50 คน ครอบคลุมผู้แทนหน่วยงานราชการ ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ผู้ได้รับประโยชน์หรือได้รับผลกระทบจากการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตลอดจนผู้มีความรู้และบทบาทในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่
สำหรับขั้นตอนต่อไป ภายหลังการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 สทนช.จะจัดเวทีประชุมกลุ่มย่อยเพื่อสื่อสารความคืบหน้าและรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง รวมครั้งละ 5 เวที ก่อนรวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนเข้าสู่การสรุปผลโครงการ และจัดเวทีปัจฉิมนิเทศอีก 2 เวที ภายหลังจัดทำร่างผลการศึกษาแล้วเสร็จ เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม เครือข่ายลุ่มน้ำ และประชาชน ร่วมพิจารณาทิศทางการพัฒนา ทางเลือก และมาตรการสำคัญของแผน
เป้าหมายสูงสุดคือการจัดทำ “แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำชี” ฉบับสมบูรณ์ ที่ไม่ได้เกิดจากการกำหนดโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น หากแต่เป็นแผนที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นและความต้องการจากคนในพื้นที่อย่างรอบด้าน สามารถลงไปสู่ระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม รองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต และนำไปสู่ความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของลุ่มน้ำชีอย่างยั่งยืน โดยมีคนลุ่มน้ำชีเป็น “เจ้าของร่วมกัน” ของแผนฉบับนี้.

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *