





“สทนช.” เปิดแผนฯ รับฟังเสียงจากทุกภาคส่วน มุ่งเป้ายกระดับความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของลุ่มน้ำชี
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมมณีนพเก้า 1 โรงแรมเดอะกรีนปาร์ค อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร นายธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 มอบหมายให้ นายณัฐวุฒิ พันธุ ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำชี สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 ร่วมในการประชุมการระดมความคิดเห็นต่อผลการดำเนินงานระยะการกำหนดขอบเขต ภายใต้โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำชี ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 – 2580) โดยได้รับเกียรติจาก นายขรรค์ไชย ทันธิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม ซึ่ง สทนช. มุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง โดยนำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) มาใช้เป็นกรอบหลักในการจัดทำแผน พร้อมขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงพื้นที่และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียครอบคลุมทุกกลุ่ม
แนวทางการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำชี ใช้หลักการของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบองค์รวม IWRM (Integrated Water Resource Management) มาดำเนินการศึกษา โดยคำนึงถึงทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ วิศวกรรม และการผู้มีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย นอกจากนั้นแล้ว การศึกษาจะต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ( พ.ศ. 2566 – 2580) และแผนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยนำกระบวนการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) ตามแนวทาง (Guideline) การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ จัดทำโดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มากำหนดแนวทางการพัฒนาแผนงาน ในระดับลุ่มน้ำ พิจารณาทางเลือกต่างๆ ในการพัฒนาแบบบูรณาการ พร้อมคัดเลือกทางเลือกที่เหมาะสม และนำไปบูรณาการกับการจัดทำแผนแม่บทฯ เพื่อให้แผนแม่บทฯ ลงถึงระดับพื้นที่และยืนอยู่บนความต้องการของคนในลุ่มน้ำ โดยที่ผ่านมาได้จัดการประชุมปฐมนิเทศเวทีที่ 1 วันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่จังหวัดขอนแก่น และเวทีที่ 2 วันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่จังหวัดยโสธร หลังจากนั้นโครงการฯ ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ลุ่มน้ำ ข้อกังวล และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากผู้เข้าร่วมประชุมไปดำเนินการศึกษาให้มีความครบถ้วน พร้อมทั้งทำการวิเคราะห์จัดทำร่าง สำหรับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำชี ซึ่งเป็นการดำเนินงานภายใต้ขั้นตอนการกำหนดขอบเขตเรียบร้อยแล้ว
นายธรรมพงศ์ ธรรมบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การจัดประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในการให้ข้อคิดเห็นต่อความชัดเจนของร่างวิสัยทัศน์ ประเด็นยุทธศาสตร์ วัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และร่างทางเลือกการพัฒนาเบื้องต้น ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อการกำหนดทิศทางและแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำชี ให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการ รวมทั้งความท้าทายของพื้นที่ มุ่งสู่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำชีอย่างยั่งยืน โดยจัดการประชุม 5 เวที ใน 5 จังหวัดคือ จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร และจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้สะดวกต่อการเข้าถึงของผู้มีส่วนได้เสียที่อยู่ในกลุ่มลุ่มน้ำสาขาใกล้เคียงกัน มีสภาพพื้นที่และปฏิสัมพันธ์ทางกิจกรรมด้านเศรษฐกิจ สังคมร่วมกัน จำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมเวทีละไม่น้อยกว่า 50 คน ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานราชการที่มีบทบาทสำคัญในการจัดทำแผนและการดำเนินโครงการพัฒนาทรัพยากรน้ำ รวมทั้งผู้แทนภาคประชาชนและประชาสังคม ผู้ที่ได้รับประโยชน์และหรือผลกระทบจากการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำชี เป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพปัญหาของพื้นที่ มีบทบาทในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเป็นแกนนำที่เป็นที่ยอมรับจากประชาชนในพื้นที่
นายธรรมพงศ์ กล่าวต่อว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ มุ่งหวังให้ผู้แทนภาคส่วนต่างๆ มีความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ โดยเฉพาะความก้าวหน้าและความเชื่อมโยงของผลการดำเนินการศึกษาในขั้นตอนกำหนดขอบเขตกับกระบวนการจัดทำแผนแม่บทลุ่มน้ำด้วย SEA รวมทั้งคณะที่ปรึกษาโครงการได้รับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อ ร่างวิสัยทัศน์ ร่างประเด็นยุทธศาสตร์ วัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตัวชี้วัด ร่างทางเลือกการพัฒนาเบื้องต้น และต่อเกณฑ์การประเมินทางเลือก สำหรับปรับปรุงผลการดำเนินการให้มีความชัดเจน ครบถ้วน เพื่อใช้ประกอบการศึกษาในขั้นตอนการพัฒนาทางเลือกและการประเมินทางเลือกต่อไป
หลังจากเสร็จสิ้นการจัดประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 แล้วจะมีการจัดเวทีประชุมกลุ่มย่อยเพื่อสื่อสารความคืบหน้าโครงการและรับฟังความคิดเห็นอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 5 เวที และนำข้อมูลจากทุกเวทีสู่การสรุปผลโครงการและจัดเวทีการประชุมปัจฉิมนิเทศหลังจากจัดทำร่างผลการศึกษาแล้วเสร็จอีก 2 เวที เพื่อเปิดพื้นที่ให้หน่วยงาน ภาคประชาสังคม เครือข่ายลุ่มน้ำ และประชาชนร่วมพิจารณาทิศทางพัฒนา กำหนดทางเลือกและมาตรการสำคัญของแผน ก่อนสรุปเป็นแผนแม่บทลุ่มน้ำชีฉบับสมบูรณ์ที่คนลุ่มน้ำชีเป็นเจ้าของร่วมกัน.





