วันพฤหัสบดี 29 ตุลาคม 2020

คนอีสาน มีเฮ!มข.จรดปากกาเซ็นสัญญา ก่อสร้างอาคารศูนย์บริการการแพทย์ชั้นเลิศ เป็น รพ.ขนาดใหญ่ มีเตียงมากที่สุดใน ประเทศอาเซียน

คนอีสาน มีเฮ!มข.จรดปากกาเซ็นสัญญา ก่อสร้างอาคารศูนย์บริการการแพทย์ชั้นเลิศ เป็น รพ.ขนาดใหญ่ มีเตียงมากที่สุดใน ประเทศอาเซียน
Header Ads
Header Ads

คนอีสาน มีเฮ!มข.จรดปากกาเซ็นสัญญา ก่อสร้างอาคารศูนย์บริการการแพทย์ชั้นเลิศ เป็น รพ.ขนาดใหญ่ มีเตียงมากที่สุดใน ประเทศอาเซียน


มหาวิทยาลัยขอนแก่น ลงนามสัญญาจ้างก่อสร้าง และสัญญาจ้างผู้ควบคุมก่อสร้าง”โครงการก่อสร้างอาคารศูนย์บริการการแพทย์ชั้นเลิศ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น กับบริษัทคริสเตียนีและนีลเส็น(ไทย)จำกัดมหาชน พร้อมรองรับ ปปช. ใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ -ภูมิภาคใกล้เคียง และ ประเทศเพื่อนบ้าน
   เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 กันยายน 2563 ที่ห้องประชุมสารสิน อาคารสิริคุณากร สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)

ดร.ณรงค์ชัยอัครเศรณี นายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้าง และสัญญาจ้างผู้ควบคุมก่อสร้าง”โครงการก่อสร้างอาคารศูนย์บริการการแพทย์ชั้นเลิศ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น กับบริษัทคริสเตียนีและนีลเส็น(ไทย)จำกัดมหาชน โดยมี รศ.นพ.นายแพทย์ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดี มข. พร้อมด้วย รศ.นพ.อภิชาติ จิระวุฒิพงศ์ คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ มข.อีกทั้ง นายคูชรู คาลี วาเดีย กรรมการผู้จัดการบริษัทคริสเตียนีและนีลเส็น(ไทย)จำกัด มหาชน และนายวิเทศ รัตนากร ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการฯ พร้อมทั้งการลงนาม ระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น กับบริษัท อรุณชัย เสรี คอนซัลติ้ง เอนจิเนียร์ส จำกัด โดยดร. ปิยะวัชน ชัยเสรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอรุณชัยเสรี คอนซัลติ้งเอนจิเนียร์ส จำกัด และนายนิมิตร ธนโชติผู้อำนวยการโครงการ ตัวแทนผู้ควบคุมงานก่อสร้างโครงการฯ ในการนี้มี คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วย คณบดีคณะต่างๆและผู้บริหารในขอนแก่นตลอดจนสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามในครั้งนี้

ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี

ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี นายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น นอกจากที่จะผลิตบัณฑิตออกมารับใช้สู่สังคมไทยแล้ว สิ่งที่เราทำได้อย่างดีมาก นอกจากเรื่องการให้บริการทางการศึกษา คือการให้บริการสาธารณสุข ในแง่ของนโยบายของสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ดำเนินการสิ่งเหล่านี้นั้นมาโดยตลอด ว่าต้องให้บริการด้านสาธารณสุขนี้ให้ดีที่สุดกว้างขวางที่สุด พร้อมทั้งตอบสนองทุกจุดในจังหวัดในภาคอีสาน พร้อมที่จะโยงใยไปถึงประเทศเพื่อนบ้านด้วย ดังนั้นอยากให้โครงการนี้เป็นโครงการที่จะเป็นสะพาน เชื่อมต่อกัน พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่โดยตลอด เพราะว่าเห็นได้ชัดเจนว่าทางคณะแพทย์ มข.ของเรา มุ่งมั่นที่จะทำให้การสนับสนุน และทำให้โครงการนี้เกิดขึ้น

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล

ด้าน รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดี มข.กล่าวว่า โครงการก่อสร้างอาคารศูนย์บริการทางการแพทย์ชั้นเลิศนี้ นับเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มีวงเงินในการก่อสร้างร่วม 4,000 ล้านบาท เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีพื้นที่บริการเพิ่มขึ้นอีก 120,000 ตารางเมตร ทำให้สามารถขยายบริการทางการแพทย์ โดยมีเพียงผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นดีกว่า 600 เตียง


ข้อมูลเกี่ยวกับเตียงดังนี้ ปัจจุบันเรามี1,400เตียง การลงนามก่อสร้างครั้งนี้เป็นการขยายระยะที่1 อีก622เตียง เมื่อสร้างเสร็จจะรวมกับของเดิมเป็น2,000เตียง ต่อไปจะก่อสร้างระยะที่2 เป็นอาคารสูง30-35ชั้น เพิ่มเตียงอีก1,500เตียง รวมเป็น3,500 เตียงระยะที่3 จะสร้างเป็นอาคารสูงเหมือนระยะ2 เพิ่มอีก1,500เตียง รวมเป็น5,000เตียง มีห้องผ่าตัดเพิ่มขึ้นอีก 25 ห้อง และห้องไอซียู เพิ่มขึ้นอีก 117 เตียงนอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังมีเรือนพักญาติอีก 400 ยูนิต และอาคารจอดรถอีก 1,000 คัน


นอกจากการขยายบริการทางการแพทย์แล้วยังทำให้สามารถเพิ่มการผลิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้อีกปีละ 150 คน สามารถขยายการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์มีจำนวนมาก นับเป็นโครงการที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงภูมิภาคข้างเคียงได้อีกด้วย


ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะก่อสร้างบนพื้นที่ประมาณ 32 ไร่ โดยเป็นพื้นที่ของมหาลัยขอนแก่นจำนวน 8 ไร่ และเป็นพื้นที่ๆได้รับความอนุเคราะห์ จากสำนักงานน้ำบาดาล เขต 4 ขอนแก่น จำนวน 24 ไร่ ซึ่งได้คืนพื้นที่ให้กับกรมธนารักษ์ เพื่ออนุญาตให้มหาลัยขอนแก่น ใช้ในการก่อสร้างโครงการดังกล่าว โดยมีบริษัทสถาปนิก 110 จำกัดเป็นผู้ออกแบบ และบริษัทเอทีทีคอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ควบคุมโครงการ

   รศ.นพ.ชาญชัย  พานทองวิริยะกุล กล่าวต่อไปว่า  “ด้านกองทุน อายุวัฒนะ ยังเปิดรับตลอดเวลาการให้บริจาค ถึงแม้มีวงเงินบริจาคไม่สูงก็รับ ขณะนี้ยังมีจำนวนผู้บริจาคไม่มากนัก การก่อสร้างในเฟส 1 ไม่มีปัญหาในเรื่องงบประมาณ เนื่องจากคณะยังงบประมาณเพียงพอโดยมีทุนสำรองอยู่จำนวน 2,000 กว่าล้านบาท ซึ่งยังคงต้องมีการเปิดรับบริจาคอีกต่อไป เพื่อก่อสร้างอาคารศูนย์บริการทางการแพทย์ชั้นเลิศในเฟสที่ 2-3  จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมระดมทุนบริจาคต่อไป”

     รศ.นพ.ชาญชัย กล่าวอีกว่า “ศูนย์บริการทางการแพทย์ชั้นเลิศจะนำ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในด้านการแพทย์มากขึ้น โดยจะนำมาใช้ในการวินิจฉัยโรค การตรวจทางพยาธิ การตรวจทางเอ็กซเรย์ กาตรวจโรคบางอย่าง ให้มีความถูกต้อง แม่นยำ รวมทั้งการใช้เอไอเป็นเครื่องมือในการติดตามผู้ป่วย และการเปลี่ยนแปลงของโรคให้ถูกต้องแม่นยำ นอกจากนี้ ยังจะใช้เอไอในการให้บริการทางการแพทย์ระยะไกล หรือ Telemedicine  รวมทั้งในด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์จำพวกหุ่นยนต์มาช่วยเสริมในการให้บริการทางการแพทย์ ให้ดียิ่งขึ้น ถูกต้องแม่นยำ รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจะมีการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ KKU Health Care Innovation Center ซึ่งเป็นศูนย์ที่จะดึงบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล รวมทั้งด้านวิศวคอม วิศวกรรมสารสนเทศ Com Science คณะวิชาต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ แม้แต่คณะสถาปัตยกรรม เพื่อออกแบบที่พักอาศัย ครอบคลุมไปถึงการดูแลคนไทยสูงอายุที่อายุยืน ว่าทำอย่างไรจึงจะสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุทั้งที่โรงพยาบาล และที่บ้านให้ปลอดภัยได้อย่างไรอีกด้วย

รศ.นพ.อภิชาติ  จิระวุฒิพงศ์

   ส่วน รศ.นพ.อภิชาติ จิระวุฒิพงศ์ คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ มข.กล่าวว่าโครงการก่อสร้างศูนยบริการความเป็นเลิศคณะแพทยศาสตร์มหาลัยขอนแก่น ในครั้งนี้ครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่งของวงการสาธารณสุข ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือแม้แต่จะเป็นในประเทศ ด้วยเลยทีเดียว ซึ่งในการนี้ทางโรงพยาบาลศรีนครินทร์มข.เองเราก็มีความมุ่งมั่น ที่จะขยายบริการซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เราเพิ่มจำนวนเตียงได้ 600 เตียง พร้อมทั้งห้องผ่าตัดเพิ่มอีก 25 แต่ในอาคารนี้จะมีการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศต่างๆให้เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรักษาโรคมะเร็งท่อน้ำดี เรื่องของการรักษาทางด้านอายุรศาสตร์ หรือทางกุมารเวชกรรม ซึ่งทาง คณะแพทยศาสตร์ มข.เองรวมถึงคณะต่างๆในศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพมหาลัยขอนแก่นด้วย เลยขอถือโอกาสนี้ สื่อสารไปถึงประชาชนชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเรา ให้ทราบ ถึงความก้าวหน้า ในการก่อสร้างอาคารศูนย์บริการการแพทย์ชั้นเลิศ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มข.ในครั้งนี้โดยทั่วกัน
   สำหรับบริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น ในประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2473 ชื่อเดิม บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (สยาม) จำกัด และได้มีส่วนร่วมในการออกแบบ และก่อสร้างโครงการที่สำคัญ ๆ

ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศ เช่น อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ท่าเทียบเรือคลองเตย สะพานกรุงเทพข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และสะพานสารสินที่ภูเก็ต โรงพยาบาลราชพฤกษ์ ขอนแก่น ฯลฯ รวมทั้งขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างท่าอากาศยานขอนแก่นมูลค่า  2,250 ล้านบาท โดยชนะประมูลมาด้วยราคา  2,003 พันล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางประมาณ 245 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบัน คริสเตียนีและนีลเส็น ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ด้วยชื่อ “บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน)” เมื่อปีพ.ศ. 2535 รวมระยะเวลาดำเนินธุรกิจก่อสร้างมากว่า 87 ปี.

Header Ads
Header Ads

About The Author

Related posts

Header Ads
Header Ads