“เครือข่ายเกษตรกร จ.ขอนแก่น”ค้านยุบ บจธ. ยื่น 4 ข้อเรียกร้องถึงรัฐบาล ชี้เป็นความหวังสุดท้ายของคนไร้ที่ดินทำกิน



เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานจังหวัดขอนแก่น พร้อมภาคีเครือข่ายคนไร้ที่ดินทำกินจาก 17 กลุ่ม จัดเวทีวิชาการพร้อมออกแถลงการณ์คัดค้านการยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) ย้ำเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านที่ดิน พร้อมยื่น 4 ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนนโยบาย เปิดรับฟังเสียงประชาชน และเดินหน้าปฏิรูปองค์กรแทนการยุบเลิก
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องสู่ขวัญ โรงแรมบายาสิตา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ภาคีเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานจังหวัดขอนแก่น และภาคีเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนคนไร้ที่ดินทำกิน จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงวิชาการเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาวิถีชีวิตเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน พร้อมแถลงจุดยืนคัดค้านการยุบหรือยกเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.)
การแถลงข่าวมีผู้ร่วมประกอบด้วย พระคงฤทธิ์ วิปุโล ที่ปรึกษาภาคีเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนคนไร้ที่ดินทำกิน นางมะลิอร คงแก่นท้าว ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานจังหวัดขอนแก่น นายวชิร ศุภรมย์ ผู้แทนองค์กรเกษตรกรแห่งประเทศไทย นายปัญจะ จิตร์เจริญ ประธานภาคีเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนคนไร้ที่ดินทำกินภาคอีสาน นายทวีศักดิ์ จันทศรี นักวิชาการสร้างประชาธิปไตยขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ นางชัดไพบูลย์ ไชยโสดา ประธานวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์กระบือเผือกไทยและพืชสมุนไพร ตลอดจนผู้แทนเครือข่ายจาก 17 กลุ่ม
เครือข่ายได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า จากหนังสือของ บจธ. ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ซึ่งอ้างถึงมติคณะกรรมการส่งเสริมองค์การมหาชน ครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ทำให้เกิดความกังวลต่อแนวทางการยุบหรือยกเลิก บจธ. โดยเห็นว่าหากดำเนินการดังกล่าว จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรรายย่อยและผู้ยากไร้ที่กำลังเผชิญวิกฤตด้านที่ดินทำกิน หนี้สิน และการสูญเสียที่ดินให้แก่กลุ่มทุน
แถลงการณ์ระบุว่า บจธ.เป็นกลไกสำคัญในการกระจายการถือครองที่ดิน การจัดทำโฉนดชุมชน และการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถรักษาที่ดินทำกินของตนไว้ได้ หากองค์กรถูกยุบ จะส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายแสนครัวเรือนที่อยู่ระหว่างการจัดสรรที่ดินหรือผ่อนชำระค่าที่ดิน และอาจทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านที่ดินทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
ภาคีเครือข่ายจึงเสนอข้อเรียกร้อง 4 ประการ ได้แก่ ให้รัฐบาลยุติการยุบหรือยกเลิก บจธ. จนกว่าจะมีกลไกที่รับประกันว่าจะไม่กระทบประชาชน เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนร่วมฟื้นฟูและปรับปรุงโครงสร้างการบริหาร บจธ.ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และขยายโอกาสให้เกษตรกรไร้ที่ดินสามารถเข้าถึงโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินได้อย่างเท่าเทียม

นางมะลิอร คงแก่นท้าว
นางมะลิอร คงแก่นท้าว กล่าวว่า บจธ.เป็นองค์กรที่ประชาชนสามารถเข้าถึงการแก้ไขปัญหาที่ดินได้อย่างตรงจุด และดำเนินงานสอดคล้องกับความต้องการของผู้ได้รับผลกระทบ การยุบองค์กรในขณะที่หลายโครงการยังอยู่ระหว่างดำเนินการถือเป็นความไม่เป็นธรรมต่อประชาชน พร้อมยืนยันว่าเครือข่ายพร้อมร่วมเสนอแนวทางและมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กร แต่ไม่เห็นด้วยกับการยุบเลิก

นายวชิร ศุภรมย์
ทางด้าน นายวชิร ศุภรมย์ กล่าวว่า การชะลอโครงการใหม่ของ บจธ. ตามมติเมื่อปี 2568 เป็นประเด็นเชิงนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ไม่มีที่ดินทำกิน ซึ่งต้องการเพียงโอกาสในการกู้เงินเพื่อซื้อที่ดินและผ่อนชำระคืนรัฐ พร้อมเสนอให้รัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการฟื้นฟู บจธ. โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ ภาคการเมือง และภาคประชาชนร่วมกำหนดแนวทางบริหาร เพื่อคงไว้ซึ่งกลไกการแก้ไขปัญหาที่ดินของประเทศ

นายปัญจะ จิตร์เจริญ
ขณะที่ นายปัญจะ จิตร์เจริญ กล่าวว่า การคงอยู่ของ บจธ.มีความสำคัญต่อเกษตรกรและชุมชนทั่วประเทศ หากมีการยุบองค์กรจะกระทบต่อผู้เดือดร้อนจำนวนมาก จึงขอให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง ฟื้นฟู และตรวจสอบการบริหารงาน เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

นายทวีศักดิ์ จันทศรี
ส่วน นายทวีศักดิ์ จันทศรี กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ปัญหาที่ดิน หนี้สิน และทรัพยากรน้ำ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายของรัฐ จึงควรได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบผ่านกระบวนการทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

นางชัดไพบูลย์ ไชยโสดา
ตบท้ายที่ นางชัดไพบูลย์ ไชยโสดา ประธานวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์กระบือเผือกไทยและพืชสมุนไพร กล่าวว่า บจธ.สร้างประโยชน์ให้กับผู้ไร้ที่ดินทำกินและผู้ไม่มีที่อยู่อาศัยอย่างเป็นรูปธรรม การยุบองค์กรจะส่งผลกระทบทั้งด้านอาชีพ ความมั่นคงในชีวิต และสภาพจิตใจของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาการบริหาร หากมีข้อบกพร่องควรเร่งปรับปรุงแก้ไข มากกว่าการยุบองค์กร และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปการดำเนินงาน
ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว ภาคีเครือข่ายยืนยันว่าจะเดินหน้าปกป้องสิทธิในการเข้าถึงที่ดินทำกินของประชาชน และพร้อมใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการเคลื่อนไหวอย่างสันติ เพื่อผลักดันให้รัฐบาลทบทวนนโยบายเกี่ยวกับ บจธ. โดยย้ำว่า “สิทธิในที่ดินทำกิน คือสิทธิขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิตของประชาชน” และเรียกร้องให้ภาครัฐรับฟังเสียงของเกษตรกรก่อนตัดสินใจในประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วประเทศ.



