วันอาทิตย์ 17 มกราคม 2021

จ.ขอนแก่น จัดมหกรรมสานพลังกลไกภาคีเครือข่าย จัดการศึกษาเชิงพื้นที่ เพื่อพัฒนาส่งเสริมการศึกษาด้านปฐมวัย

จ.ขอนแก่น จัดมหกรรมสานพลังกลไกภาคีเครือข่าย จัดการศึกษาเชิงพื้นที่ เพื่อพัฒนาส่งเสริมการศึกษาด้านปฐมวัย
Header Ads
Header Ads

จ.ขอนแก่น จัดมหกรรมสานพลังกลไกภาคีเครือข่าย จัดการศึกษาเชิงพื้นที่ เพื่อพัฒนาส่งเสริมการศึกษาด้านปฐมวัย

เมื่อเวลา 10.30 น ที่ห้องศรีจันทร์ 1-2 โรงแรมเจริญธานีขอนแก่น นายจารึก เหล่าประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดงานมหกรรมสานพลังกลไกภาคีเครือข่าย และลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดขอนแก่น ปีที่ 2 โดยมี ดร.สุภชัย จันปุ่ม ศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น(ศธจ.ขอนแก่น) ภาคีเครือข่ายฯ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ปฐมวัย นักเรียน ร่วมงาน

ดร.สุภชัย จันปุ่ม

ดร.สุภชัย จันปุ่ม ศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น
กล่าวว่า ด้วยทีมบริหารในระดับจังหวัดซึ่งเกิดจาก 4 กระทรวงหลัก ได้แก่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น ,สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น ,สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันจัดทำโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดขอนแก่นขึ้น เพื่อส่งเสริมพัฒนาส่งเสริมเด็กปฐมวัยได้รับการเรียนรู้ส่งเสริมพัฒนาการที่ดีและมีคุณภาพพร้อมเข้าสู่ระบบการศึกษาตลอดจนสร้างกลไกเพื่อส่งต่อข้อมูลให้เกิดการดูแลให้เด็กอยู่ในระบบจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ รวมทั้งเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาสามารถกลับเข้าสู่ระบบศึกษาอีกครั้ง หรือได้รับการพัฒนาฝีมือ ทักษะอาชีพเพื่อเป็นแรงงานที่มีคุณภาพให้กับประเทศได้โดยใช้พื้นที่จังหวัดเป็นฐานเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา


โดยร่วมสร้างกลไกในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาบนพื้นฐานของข้อมูลและความร่วมมือทางวิชาการโดยอาศัยพลังภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยในปี 2562 ปีที่ 1 สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น เป็นเลขานุการหลักในการรับทุนสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จำนวน 5,500,000 บาท ผลการดำเนินงาน สามารถช่วยเหลือเด็กปฐมวัย รายละ 800 บาท จำนวน 1,872 ราย เด็กและเยาวชนนอกระบบ ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 2-21 ปี ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา จำนวน 178 ราย รายละ 4,000 บาท เงินช่วยเหลือโควิด รายละ 600 บาท จำนวน 1,580 ราย รวมเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น 4,032,600 บาท และในปี 2563 ปีที่ 2 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่นเป็นเลขานุการหลักในการรับทุนสนับสนุน จำนวน 11,204,470 บาท


ดร.สุภชัย กล่าวอีกว่าโดยในมหกรรมสานพลังฯในครั้งนี้ ได้มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดนิทรรศการ ผลงานที่ประสบผลสำเร็จในปีที่ผ่านมา รวมทั้งความร่วมมือช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และ ภาคประชาสังคม โดยได้มีการร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU)โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดขอนแก่น ปีที่ 2 ขึ้นเพื่อให้ทุกหน่วยงานทุกสังกัดได้ตระหนักถึงความสำคัญและขับเคลื่อนโครงการเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จำนวน 347 หน่วยงาน สำหรับผู้เข้าร่วมงานในวันนี้ ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ทีมสภาเด็กและเยาวชน คณะทำงานโครงการฯ รวมจำนวนทั้งสิ้น 400 คน โดยได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา นางสาวนิสา แก้วแกมทอง รักษาการผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการเรียนรู้เชิงพื้นที่ กสศ. และคณะ อาจารย์บุญญฤทธิ์ สมบัติหลาย กรรมการสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะ ได้มาเป็นวิทยากรในครั้งนี้


ด้านนายจารึก เหล่าประเสริฐ รอง ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่าเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดขอนแก่นนี้ขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาส่งเสริมเด็กปฐมวัย ได้รับการเรียนรู้ส่งเสริมพัฒนาการที่ดีและมีคุณภาพพร้อมเข้าสู่ระบบการศึกษาตลอดจนสร้างกลไก เพื่อส่งต่อข้อมูลให้เกิดการดูแลให้เด็กอยู่ในระบบจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ รวมทั้งเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาสามารถกลับเข้าสู่ระบบศึกษาอีกครั้งหรือได้รับการพัฒนาฝีมือ ทักษะอาชีพเพื่อเป็นแรงงานที่มีคุณภาพให้กับประเทศได้โดยใช้พื้นที่จังหวัดเป็นฐานเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน นับว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการสร้างพลังภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมเป็นภาคีกลไกในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาบนพื้นฐานของข้อมูลและความร่วมมือทางวิชาการ โดยจังหวัดขอนแก่นได้เข้าร่วมโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) จำนวน 11,204,470 บาท โดยมีสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่นเป็นเลขานุการหลักในการรับทุนในครั้งนี้


นายจารึก กล่าวอีกว่าต้องขอขอบคุณ คณะกรรมการขับเคลื่อนทั้งสี่กระทรวงหลัก ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือในการสำรวจ ติดตาม ค้นหา และช่วยเหลือ เพื่อเด็กและเยาวชนคนขอนแก่น จนสามารถช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบกลุ่มเป้าหมาย ในปีที่ 1ได้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการสำเร็จลุล่วง ด้วยดี รวมทั้งได้มาร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ ขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการทุกสังกัด คณะทำงาน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่ได้เสียสละเวลามาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ขออวยพรให้ทุกท่านมีสุขภาพกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง มีความสุขในการทำกิจกรรมร่วมกันและขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติต่อไป

นางพรณี สึ​มิ

ด้าน นางพรณี สึ​มิ ประธานกรรมการบริษัทโต้เกียวมอเตอร์​(ประเทศไทย)​จำกัด กล่าวเสริมว่า บริษัท โตเกียว มอเตอร์​ ประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุน​การสร้างความเสมอภาค​ทางการศึกษาและช่วยเหลือนักเรียนยากจนแต่มีความกตัญญ ซึ่งวันนี้เราก็ได้นำรถมอไซค์​ไฟฟ้า มามอบให้กับโรงเรียนมางาน จำนวน 1 คัน เพื่อเอาไว้ใช้ให้เด็กนักเรียนได้ขับมา มาเรียน ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ทางบริษัทโต้เกียวมอเตอร์​(ประเทศไทย)​จำกัด ได้เปิดหลักสูตร​ซ่อมมอไซค์​ไฟฟ้าและเปิดรับตัวแทนร้านซ่อมและเปลี่ยนเครื่อง​ยนต์​เป็นมอเตอร์​ไฟฟ้า​รวมกับศูนย์​ส่งเสริมอุตสาหกรรม​ภาค5เงินทุนหมุนเวียน​200,000บาท สำหรับผู้สนใจเป็นส่วนนึงในขอนแก่นสมาร์ท​ซิตี้กับรถไฟฟ้าทั้งจังหวัดต่อไป.

Header Ads
Header Ads

About The Author

Related posts

Header Ads
Header Ads